thansettakij
thansettakij
แบงก์ไทยปี 69 เสี่ยงสูง สินเชื่อหด รายได้ดอกเบี้ยลด หนี้เสียพุ่ง กำไรแค่ประคองตัว

แบงก์ไทยปี 69 เสี่ยงสูง สินเชื่อหด รายได้ดอกเบี้ยลด หนี้เสียพุ่ง กำไรแค่ประคองตัว

25 เม.ย. 69 | 03:37 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 69 | 03:37 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ช่วงที่เหลือปี 69 เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งปัญหาหนี้เสีย ที่จ่อทะลุ 3.20% รายได้ดอกเบี้ยลดตามทิศทางดอกเบี้ยขาลง สินเชื่อหดตัว รายได้ค่าธรรมเนียมชะลอจากเกณฑ์ใหม่ธปท.

KEY

POINTS

  • แนวโน้มหนี้เสียแบงก์ คาดว่าจะสูงขึ้นเกิน 3.20% สินเชื่อใหม่มีโอกาสหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากความเข้มงวดในการปล่อยกู้
  • การตั้งสำรองฯ  ที่สูงขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ กดดันให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงต่ำกว่า 2.00% กระทบรายได้ดอกเบี้ยโดยตรง
  • รายได้ค่าธรรมเนียมเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจซบเซาและเกณฑ์ใหม่ของ ธปท. ทำให้ภาพรวมกำไรของธนาคารอยู่ในภาวะประคองตัว

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ เป็นผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยถึงแนวโน้มธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่เหลือของปี 2569 ว่า ธนาคารพาณิชย์จะเผชิญกับความท้าทายที่รุนแรงขึ้นทั้งจาก คุณภาพสินเชื่อและหนี้เสีย โดยคาดการณ์ว่า สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้( NPL)  อาจพุ่งสูงกว่า 3.20% ต่อสินเชื่อรวม

ขณะที่ธนาคารมีแนวโน้มเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อใหม่มากขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจที่เปราะบาง  ส่งผลให้ภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบในปี 2569 อาจหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3  ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของทั้งรายย่อยและ SMEs

แรงกดดันจากการตั้งสำรองเพิ่มรับความเสี่ยง

ธนาคารพาณิชย์ยังมีแนวโน้มต้องตั้งสำรองค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิต (ECL) เพื่อรองรับความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจกระทบราคาพลังงานและกำลังซื้อของภาคครัวเรือน 

โดยคาดว่าสัดส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) อาจอยู่ในระดับสูงกว่า 195% ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป ซึ่งจะกดดันให้ส่วนต่างดอกเบี้ยสุทธิหลังหักสำรอง (Adjusted NIM) ลดลงต่ำกว่า 2.00% ในปีนี้

 

รายได้ค่าธรรมเนียมที่เผชิญศึกสองด้าน

นอกจากนั้นรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและความผันผวนของตลาดทุน ซึ่งกระทบต่อธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและการขายกองทุนและที่สำคัญคือ เกณฑ์ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่มีการกำหนดมาตรฐานและเพดานค่าธรรมเนียมใหม่สำหรับบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ และสินเชื่อ SMEs ให้สะท้อนต้นทุนจริง ซึ่งจะกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้รายได้ส่วนนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ เป็นผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

ทั้งนี้ แม้ผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 จะยังสามารถประคองตัวได้ โดยมีกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ประมาณ 6.67 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสามารถของธนาคารในการรับมือกับสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

 

 

อย่างไรก็ตาม โครงสร้างรายได้ของธนาคารเริ่มเปลี่ยนแปลง โดยรายได้หลักไม่ได้มาจากดอกเบี้ยเหมือนในอดีต แต่พึ่งพารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมากขึ้น อาทิ ค่าธรรมเนียมและบริการ รายได้จากเงินปันผล รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามการหดตัวของสินเชื่อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ

ดังนั้น ทิศทางของธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่เหลือของปี 2569 จึงเต็มไปด้วยความท้าทายที่ต้องเร่งบริหารจัดการความเสี่ยงและคุณภาพพอร์ตสินเชื่ออย่างใกล้ชิด เพื่อประคองตัวผ่านพ้นความผันผวนของปัจจัยภายในและภายนอกประเทศที่ยังไม่มีสัญญาณคลี่คลาย,