thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 7 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.30 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย

ค่าเงินบาทวันนี้ 7 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.30 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อย

07 ก.ค. 69 | 04:42 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.ค. 69 | 04:42 น.

เงินบาทเปิด 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยตามดอลลาร์อ่อน ทองคำฟื้น จับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ สถานการณ์ตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ต่างชาติปัจจัยชี้นำตลาด

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 7 ก.ค. ที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า
  • ปัจจัยหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น
  • นักวิเคราะห์มองว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนทั้งสองทิศทาง โดยต้องจับตานโยบายดอกเบี้ยของเฟดและกระแสเงินทุนต่างชาติ

เงินบาทเปิดเช้าที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อน ตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และแรงหนุนจากราคาทองคำที่รีบาวด์ ขณะที่นักวิเคราะห์มองเงินบาทยังแกว่งตัวในกรอบและเผชิญความเสี่ยงสองทาง (Two-way Risk) โดยตลาดจับตารายงานเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทิศทางดอกเบี้ยเฟด สถานการณ์ตะวันออกกลาง และกระแสเงินทุนต่างชาติเป็นปัจจัยชี้นำสำคัญ

ดอลลาร์อ่อน-ทองฟื้น หนุนเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ โดยระหว่างคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down ในกรอบ 33.27-33.36 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการทยอยอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังนักลงทุนลดความคาดหวังต่อโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนที่กลับมาเปิดรับความเสี่ยง (Risk-on) ส่งผลให้ความต้องการถือครองเงินดอลลาร์ลดลง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำที่ฟื้นตัวกลับมายืนเหนือระดับ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ยังเป็นอีกแรงสนับสนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

หุ้นสหรัฐฯ ฟื้นตัว รับแรงซื้อหุ้น AI-เทคโนโลยี

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาเป็นบวก โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ นำโดย Tesla ที่พุ่ง 6.7% และ Broadcom เพิ่มขึ้น 3.7% ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.72% ขณะที่ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.12%

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของตลาดถูกจำกัดจากแรงขายหุ้นกลุ่ม Defensive โดยเฉพาะ Healthcare และสินค้าอุปโภคบริโภค

ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปิดลบ 0.35% จากแรงขายในหุ้น Defensive เช่นเดียวกัน แม้จะได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ หลังสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

บอนด์ยีลด์สหรัฐแกว่ง นักลงทุนลดคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย

ตลาดพันธบัตรสหรัฐยังผันผวน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี เคลื่อนไหวในกรอบ 4.45-4.50% สะท้อนการปรับลดมุมมองของนักลงทุนต่อโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่า เฟดมีแนวโน้มคงดอกเบี้ยตลอดปี 2569 ก่อนเริ่มลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2570 ซึ่งแตกต่างจาก Dot Plot ล่าสุดของเฟดและมุมมองของตลาดในปัจจุบัน 

ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 10 ปี ปรับลดลงมาอยู่บริเวณ 1.90-2.00% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับ Fair Value แล้ว ทำให้ความน่าสนใจของพันธบัตรไทยระยะ 10 ปีลดลง โดยยังแนะนำทยอยลงทุนเมื่อบอนด์ยีลด์ปรับขึ้น ขณะที่พันธบัตรไทยอายุ 20 ปี ยังมีความน่าสนใจมากกว่า

จับตาเฟด BOE และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ

ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนจะติดตามรายงานการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) รวมถึงถ้อยแถลงของผู้ว่าการ BOE เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ย หลังตลาดให้น้ำหนักราว 64% ที่ BOE อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้

ฝั่งสหรัฐ แม้ไม่มีตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ แต่ตลาดจะจับตารายงานการจ้างงานภาคเอกชนของ ADP ตัวเลขคาดการณ์ GDPNow ของ Atlanta Fed และดัชนีคาดการณ์เงินเฟ้อของ New York Fed ซึ่งอาจส่งผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด

นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง และความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินโลก

มองเงินบาทยังเสี่ยง Two-way Risk กรอบ 33.20-33.45 บาท

นายพูนระบุว่า แม้เงินบาทจะได้แรงหนุนจากดอลลาร์ที่อ่อนค่า แต่ระยะสั้นยังเผชิญ Two-way Risk โดยขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ แนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ราคาทองคำ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง

อีกปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ การเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น หลังอ่อนค่าทะลุระดับ 162 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งมีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าอย่างรวดเร็ว หากนักลงทุนปรับสถานะการลงทุน

ในเชิงเทคนิค Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าเงินบาทอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า หรืออย่างน้อยยังแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน จนกว่าจะสามารถแข็งค่าทะลุระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ในกรอบรายสัปดาห์ หรือทะลุ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ในกรอบรายวันได้อย่างชัดเจน

โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทใน 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 33.20-33.45 บาทต่อดอลลาร์

กสิกรไทยชี้เงินบาทขาดแรงหนุนต่อเนื่อง

ด้าน ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า เงินบาทเช้าวันนี้เคลื่อนไหวบริเวณ 33.29-33.31 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.35 บาทต่อดอลลาร์

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

แม้เงินดอลลาร์ยังขาดปัจจัยหนุนที่ชัดเจน เนื่องจากตลาดรอรายงานการประชุม FOMC แต่เงินบาทก็ยังไม่มีแรงสนับสนุนต่อเนื่อง หลังราคาทองคำในตลาดโลกเริ่มอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไรในช่วงเช้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.25-33.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ กระแสเงินทุนต่างชาติ ท่าทีของญี่ปุ่นต่อค่าเงินเยน สถานการณ์ตะวันออกกลาง ตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของผู้บริโภคสหรัฐ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด