
ค่าเงินบาทวันนี้ 6 ก.ค.69 เงินบาทอ่อนค่าที่ 33.18 บาท ตามทิศทางสกุลเงินเอเชีย
เงินบาทเปิดเช้านี้อ่อนค่าที่ 33.18 บาทต่อดอลลาร์ กสิกรไทย-กรุงไทยชี้ ตลาดรอบันทึกประชุม Fed เงินเฟ้อไทย ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ที่ 32.85-33.50 บาทต่อดอลลาร์
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ระดับ 33.18 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวตามทิศทางสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียและเงินเยน
- ตลาดอยู่ในภาวะรอปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะบันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ตัวเลขเงินเฟ้อของไทย และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าเงินบาทจะยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอประเมินทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่าเล็กน้อยแตะ 33.18 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบแคบตามทิศทางสกุลเงินเอเชียและเงินเยน ขณะที่นักวิเคราะห์กสิกรไทยและกรุงไทยประเมินตลาดรอปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะบันทึกการประชุม Fed ตัวเลขเงินเฟ้อไทย และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินและดอกเบี้ยในระยะถัดไป
เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่าเล็กน้อย ตลาดรอสัญญาณใหม่จาก Fed
เงินบาทเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ที่ระดับ 33.18 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 33.14 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดการเงินทั่วโลกอยู่ในภาวะรอความชัดเจนของปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ทยอยประกาศในสัปดาห์นี้
ดร.กาญจนา โชคไพศษลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวบริเวณ 33.17-33.19 บาทต่อดอลลาร์ โดยแม้จะยังแกว่งตัวในกรอบจำกัด แต่มีแรงกดดันให้อ่อนค่าตามทิศทางสกุลเงินเอเชียและเงินเยน ขณะที่แรงขายเงินดอลลาร์เริ่มชะลอลง เนื่องจากนักลงทุนกลับมารอประเมินสัญญาณใหม่เกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ
จับตาบันทึกประชุม Fed-เงินเฟ้อไทย ตัวแปรสำคัญของตลาด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 33.10-33.25 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนของไทย กระแสเงินทุนต่างชาติ ท่าทีของทางการญี่ปุ่นต่อค่าเงินเยน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ตลอดจนดัชนี PMI และ ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เงินบาทในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบ 33.12-33.20 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดทำการในช่วงวันหยุด ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเบาบาง
อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังเงินเยนกลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 161.50 เยนต่อดอลลาร์อีกครั้ง
ตลาดลดคาดการณ์ Fed ขึ้นดอกเบี้ย หลังแรงงานสหรัฐฯ ชะลอ
นายพูนระบุว่า รายงานการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดในสัปดาห์ก่อน ประกอบกับถ้อยแถลงของประธาน Fed ที่มองว่าความเสี่ยงเงินเฟ้อเริ่มลดลง ทำให้ตลาดทยอยลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed
สัปดาห์นี้ นักลงทุนจึงให้ความสำคัญกับรายงานการประชุม FOMC ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ Fed รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ดัชนี ISM ภาคบริการ ยอดขายบ้านมือสอง ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน ADP และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ปัจจุบัน ตลาดประเมินว่า Fed มีโอกาสเพียงประมาณ 20% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งลดลงจากก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
จับตายุโรป จีน ญี่ปุ่น และเงินเฟ้อไทย
นอกจากสหรัฐฯ แล้ว นักลงทุนยังติดตามข้อมูลเศรษฐกิจของหลายประเทศสำคัญ โดยฝั่งยุโรปจะมีการประกาศยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ขณะที่ตลาดยังประเมินว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีโอกาสราว 85% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25%
ฝั่งเอเชีย จีนจะรายงานอัตราเงินเฟ้อและดัชนีราคาผู้ผลิต ส่วนญี่ปุ่นต้องจับตาตัวเลขการเติบโตของค่าจ้าง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
สำหรับประเทศไทย นักวิเคราะห์คาดว่าเงินเฟ้อเดือนมิถุนายนจะชะลอลงมาอยู่ที่ประมาณ 2.7% จากราคาพลังงานที่ปรับลดลงตามสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้น
กรุงไทยมองเงินบาทยังแกว่งในกรอบ แนะป้องกันความเสี่ยง
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า แม้แรงกดดันจากเงินดอลลาร์จะเริ่มลดลง แต่เงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-Way Risk) ตามข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก
หากตลาดลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed เพิ่มเติม เงินบาทมีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้ แต่หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด เงินดอลลาร์ก็อาจกลับมาแข็งค่าและกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าต่อ
ทั้งนี้ ประเมินกรอบเงินบาทในสัปดาห์นี้ไว้ที่ 32.85-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าอยู่ที่ 33.00-33.30 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมแนะนำผู้ประกอบการและนักลงทุนใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด







