thansettakij
thansettakij
อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 3 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.26 บาท แข็งค่าเล็กน้อย

อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 3 ก.ค.69 เงินบาทเปิด 33.26 บาท แข็งค่าเล็กน้อย

03 ก.ค. 69 | 04:08 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.ค. 69 | 04:09 น.

เงินบาทเปิด 33.26 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด กดดันดอลลาร์ ลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย จับตาหุ้น AI เงินทุนต่างชาติ กรอบเงินบาทวันนี้ 33.10-33.35 บาท

KEY

POINTS

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 3 ก.ค. ที่ระดับ 33.26 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
  • การแข็งค่าของเงินบาทเป็นผลมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด
  • ตัวเลขจ้างงานที่น่าผิดหวังทำให้นักลงทุนลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
  • อย่างไรก็ตาม ตลาดการเงินยังเผชิญแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

เงินบาทเปิดเช้าที่ 33.26 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจากวันก่อนตามทิศทางดอลลาร์ที่อ่อนค่าหลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด ส่งผลตลาดลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่แรงขายหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยง โดยกรุงไทย โกลบอล มาร์เก็ตส์ มองเงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงสองทาง ท่ามกลางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และกระแสเงินทุนต่างชาติ

ค่าเงินบาทเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) ที่ระดับ 33.26 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดตอบรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า นับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down หรือทยอยแข็งค่าขึ้นในกรอบ 33.14-33.33 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการฟื้นตัวของราคาทองคำ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

จ้างงานสหรัฐฯ ต่ำกว่าคาด กดดันดอลลาร์-ลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย

ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดการเงินมาจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เดือนมิถุนายน ซึ่งเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่ง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเดือนก่อน และต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 100,000 ตำแหน่ง

ข้อมูลดังกล่าวทำให้นักลงทุนปรับลดความเป็นไปได้ที่เฟดจะเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยปัจจุบันตลาดประเมินว่าโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้เหลือเพียงประมาณ 21% ส่งผลให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 100.9 จุด ขณะที่ราคาทองคำได้รับแรงหนุน แต่ยังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

หุ้น AI ยังถูกขายต่อ กดดันตลาดการเงินโลก

แม้ความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยที่ลดลงจะช่วยประคองบรรยากาศการลงทุน แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังเผชิญแรงขายต่อเนื่องในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)

หุ้น Sandisk ร่วง 14.1% และ Micron ปรับตัวลง 5.5% ส่งผลให้ดัชนี Nasdaq ปิดลบ 0.80% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทรงตัว ส่วนตลาดหุ้นยุโรปแม้ดัชนี STOXX600 ปรับขึ้น 1.41% จากแรงซื้อหุ้นหลายกลุ่ม แต่ยังถูกกดดันจากการปรับฐานของหุ้น ASML ที่ร่วง 3.9%

จับตาเงินทุนต่างชาติ หุ้นไทย และทิศทางเยน

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-way Risk ในระยะสั้น โดยปัจจัยสำคัญยังอยู่ที่สถานการณ์ตะวันออกกลาง กระแสเงินทุนต่างชาติ และการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโลก

แม้แรงขายหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์อาจกดดันตลาดหุ้นเอเชีย แต่ตลาดหุ้นไทยอาจได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยกว่า 8,500 ล้านบาทในวันก่อนหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงเงินบาทได้ในระดับหนึ่ง

 

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการปรับสถานะลงทุนในเงินเยนญี่ปุ่น (JPY Carry Trade) ซึ่งอาจทำให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาค รวมถึงเงินบาท

จับตาข้อมูลเศรษฐกิจจีน เวียดนาม และถ้อยแถลงธนาคารกลาง

ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนจะติดตามดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของจีน ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของเวียดนาม ทั้งตัวเลข GDP ไตรมาส 2 การส่งออก ยอดค้าปลีก และเงินเฟ้อ รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินในระยะถัดไป

ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และทิศทางหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor จะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลก

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ในช่วง 33.10-33.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยประเมินว่าเงินบาทยังไม่น่าจะแข็งค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างยั่งยืน จนกว่าตลาดจะปรับมุมมองว่าเฟดมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยหรือเริ่มเข้าสู่วัฏจักรการลดดอกเบี้ยอย่างชัดเจน