
ค่าเงินบาทวันนี้ 17 มิ.ย. 69 เงินบาทเปิด 32.53 บาท แกว่งแคบ รอผลประชุมเฟด
เงินบาทเปิดเช้า 32.53 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย ตลาดจับตาผลประชุม FED และ Dot Plot ใหม่ ชี้ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ สถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย หนุนตลาดการเงินโลกยังผันผวนสูง
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 17 มิ.ย. ที่ 32.53 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยและเคลื่อนไหวในกรอบแคบ
- ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดแกว่งตัวแคบคือการที่นักลงทุนชะลอการลงทุนเพื่อรอผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
- นักลงทุนจับตาสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยจาก Dot Plot ชุดใหม่ของเฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินนโยบายการเงินในอนาคต
- ทิศทางเงินบาทในระยะสั้นมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับผลการประชุมเฟดว่าจะส่งสัญญาณเข้มงวด (Hawkish) หรือผ่อนคลาย (Dovish)
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 32.53 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ท่ามกลางภาวะตลาดการเงินโลกที่ชะลอการลงทุนเพื่อรอผลประชุม FOMC ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) โดยนักลงทุนจับตาสัญญาณดอกเบี้ยผ่าน Dot Plot ชุดใหม่
ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายหลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับลดลง แต่ตลาดยังเผชิญความผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและภูมิรัฐศาสตร์
เงินบาททรงตัวใกล้แนวรับ รอผลประชุมเฟดกำหนดทิศทางตลาด
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ระดับ 32.53 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.51 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ 32.48-32.55 บาทต่อดอลลาร์
สะท้อนภาวะรอดูผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐ (FOMC) ซึ่งจะประกาศในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาไทย
ตลาดยังประเมินว่า FED มีโอกาสสูงถึง 84% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปี 2569 ทำให้นักลงทุนยังไม่เร่งปรับพอร์ตการลงทุนก่อนรับรู้สัญญาณสำคัญจาก Dot Plot หรือคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยชุดใหม่ของธนาคารกลางสหรัฐ
สันติภาพตะวันออกกลางกดราคาน้ำมัน แต่ดอลลาร์ยังทรงตัว
แม้ว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะมีแนวโน้มดีขึ้น หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ตลาดการเงินยังไม่ได้ตอบรับเชิงบวกอย่างเต็มที่
ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ใกล้ระดับ 99.5 จุด ขณะที่ราคาทองคำยังแกว่งตัวแถว 4,330-4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนการรอคอยปัจจัยใหม่จากผลประชุม FED มากกว่าการตอบสนองต่อข่าวภูมิรัฐศาสตร์
หุ้นสหรัฐฯ ถูกแรงขายทำกำไรหุ้น AI กดดัน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แม้ได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง แต่กลับเผชิญแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ โดยเฉพาะ AMD ที่ร่วง 7.3% และ Nvidia ลดลง 2.6%
ผลดังกล่าวส่งให้ดัชนี S&P500 ปิดลบ 0.57% ขณะที่ Nasdaq ปรับตัวลดลง 1.15% สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนก่อนทราบผลประชุม FOMC
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ยังสามารถปรับตัวขึ้นได้ 0.25% จากแรงหนุนของความคาดหวังต่อเสถียรภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ว่าหุ้นกลุ่มพลังงานและเทคโนโลยีจะเผชิญแรงขายเช่นเดียวกับตลาดสหรัฐฯ
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ รอ Dot Plot ใหม่ชี้ทิศทางดอกเบี้ย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ยังคงเคลื่อนไหวบริเวณ 4.44% โดยนักลงทุนรอดู Dot Plot ใหม่ที่จะสะท้อนมุมมองของกรรมการ FED ต่อแนวโน้มดอกเบี้ยในระยะถัดไป
Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่า บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ มีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับผลประชุม FED รวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยยังแนะนำให้ทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวหากบอนด์ยีลด์ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50%
จับตา “Kevin Warsh” ประธานเฟดคนใหม่ส่งสัญญาณนโยบาย
การประชุม FOMC ครั้งนี้ ถือเป็นการประชุมสำคัญ เนื่องจากเป็นครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh ประธาน FED คนใหม่ โดยมี Jerome Powell อดีตประธาน FED ร่วมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ
นักลงทุนจึงจับตาทั้งผลการลงมติ การแถลงข่าว รวมถึง Dot Plot ใหม่อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินว่า FED จะยังคงจุดยืนเข้มงวดต่อเงินเฟ้อหรือเริ่มเปิดทางสู่การลดดอกเบี้ยในอนาคต
เงินบาทยังเผชิญ Two-Way Risk จากเฟดและตะวันออกกลาง
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางในระยะสั้น โดยขึ้นอยู่กับผลประชุม FED และพัฒนาการของข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
หาก FED ส่งสัญญาณ Hawkish มากกว่าคาด ผ่าน Dot Plot ที่สะท้อนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้น กดดันเงินบาทให้อ่อนค่ากลับไปทดสอบระดับ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์
ในทางกลับกัน หาก Dot Plot ชี้ว่า FED มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อเนื่องและลดโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต เงินดอลลาร์อาจอ่อนค่าลง ส่งผลให้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าทะลุแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และอาจลงไปทดสอบบริเวณ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ได้
แนะใช้กลยุทธ์ Options รับมือความผันผวน
นักกลยุทธ์กรุงไทยย้ำว่า แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลาย แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่สูง ขณะที่ผลประชุม FED อาจสร้างความผันผวนต่อทุกสินทรัพย์การเงินทั่วโลก
ผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงควรใช้การวิเคราะห์หลายฉากทัศน์ (Scenario Analysis) ควบคู่กับการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ตลาดเผชิญความผันผวนสูง
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าไว้ที่ 32.35-32.75 บาทต่อดอลลาร์







