thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 16 มิ.ย.69 เงินบาทเปิด 32.56 บาท ทรงตัว จับตา BOJ-เฟด

ค่าเงินบาทวันนี้ 16 มิ.ย.69 เงินบาทเปิด 32.56 บาท ทรงตัว จับตา BOJ-เฟด

16 มิ.ย. 69 | 01:35 น.
อัปเดตล่าสุด :16 มิ.ย. 69 | 01:35 น.

เงินบาทเปิด 32.56 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัว นักลงทุนจับตาผลประชุม BOJ และ FED สถานการณ์ตะวันออกกลางยังสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินโลก คาดกรอบเงินบาท 32.40-32.70 บาทต่อดอลลาร์

KEY

POINTS

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 16 มิ.ย. 69 ที่ระดับ 32.56 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับที่ทรงตัวจากวันก่อนหน้า
  • นักลงทุนกำลังจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางค่าเงิน
  • ค่าเงินยังคงมีความผันผวนสูงและเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง โดยมีสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตาม

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 32.56 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากวันก่อนหน้า ท่ามกลางแรงกดดันและแรงหนุนที่หักล้างกัน นักลงทุนจับตาผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ขณะที่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินโลกและค่าเงินบาทได้ทั้งสองทิศทา

นักลงทุนจับตา BOJ-เฟด ชี้ตลาดยังผันผวนสูงจากปัจจัยตะวันออกกลาง

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ที่ระดับ 32.56 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากระดับปิดวันก่อนหน้า โดยตลอดช่วงคืนที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.58 บาทต่อดอลลาร์ และยังไม่สามารถเลือกทิศทางได้อย่างชัดเจน

ในช่วงแรกเงินบาทได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดตอบรับข่าวสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายรายการที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทั้งดัชนีภาคการผลิต Empire Manufacturing Index และยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นในเวลาต่อมา ตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ และการปรับสถานะลงทุนก่อนการประชุมธนาคารกลางสำคัญ ส่งผลให้เงินบาทกลับมาแกว่งตัวในลักษณะทรงตัว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รับข่าวสันติภาพ ดันหุ้น AI พุ่งแรง

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) หลังความคาดหวังต่อการคลี่คลายความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ปรับตัวขึ้นโดดเด่น

หุ้น Micron พุ่งขึ้น 10.8%, AMD เพิ่มขึ้น 7.0% และ Nvidia ปรับตัวขึ้น 3.5% ส่งผลให้ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 1.65% ขณะที่ Nasdaq ทะยานขึ้นถึง 3.07%

แม้ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้น แต่การที่นักลงทุนยังประเมินโอกาสราว 80% ที่ FED อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ได้จำกัดแรงบวกของหุ้นกลุ่ม Growth บางส่วน

ยุโรปบวกจำกัด หุ้นพลังงาน-กลาโหมถูกขายทำกำไร

ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นเพียง 0.19% โดยแม้จะได้รับแรงหนุนจากบรรยากาศเชิงบวกในตลาดโลก แต่กลับเผชิญแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

หุ้น Shell ปรับตัวลดลง 4.4% ขณะที่ Rheinmetall ร่วง 4.6% หลังนักลงทุนลดความกังวลต่อความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ขยับขึ้น นักลงทุนรอฟังสัญญาณเฟด

ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เห็นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.47% อีกครั้ง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของนักลงทุน

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า บอนด์ยีลด์ยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการในตะวันออกกลาง ผลการประชุม FOMC และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อมุมมองเรื่องดอกเบี้ยในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ยังคงแนะนำทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวสหรัฐฯ และไทย โดยเฉพาะหากบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 4.50%

ดอลลาร์รีบาวด์ กดดันทองคำย่อตัว

แม้ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอจะกดดันค่าเงินดอลลาร์ในช่วงแรก แต่การฟื้นตัวของตลาดหุ้นและการอ่อนค่าของเงินเยนก่อนการประชุม BOJ ได้ช่วยหนุนให้ดัชนีดอลลาร์ (DXY) กลับขึ้นมาเคลื่อนไหวบริเวณ 99.7 จุด

การแข็งค่าของดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ ส่งผลให้ราคาทองคำถูกกดดัน โดยราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนสิงหาคม 2569 ย่อตัวลงสู่บริเวณ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์

จับตา BOJ ขึ้นดอกเบี้ย-ส่งสัญญาณนโยบาย

ปัจจัยสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คือผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% สู่ระดับ 1.00%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอฟังถ้อยแถลงของรองผู้ว่าการ BOJ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในระยะถัดไป โดยผลการประชุมดังกล่าวอาจส่งผลต่อค่าเงินเยนและตลาดเงินทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากจีน ทั้งยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ZEW ของเยอรมนีและยูโรโซน

เงินบาทยังเผชิญ Two-Way Risk

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ค่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง (Two-Way Risk) จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงผลการประชุม BOJ และ FOMC ในสัปดาห์นี้

ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะการใช้เครื่องมือประเภท Options เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง

แม้เงินบาทจะเริ่มกลับมาแข็งค่าบ้างในระยะสั้น แต่ภาพทางเทคนิคยังไม่เปลี่ยนเป็นแนวโน้มแข็งค่าอย่างชัดเจน จนกว่าจะสามารถทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างมั่นคงในกรอบรายสัปดาห์

กรอบเงินบาทวันนี้ (24 ชั่วโมงข้างหน้า) ประเมินที่ 32.40-32.70 บาทต่อดอลลาร์.