
เงินบาทแข็งหรืออ่อนวันนี้ 16 มิ.ย.69 บาทแข็งค่าปิด 32.50 รับแรงหนุนทองคำพุ่ง
เงินบาทปิดแข็งค่าที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ รับแรงหนุนราคาทองคำพุ่งและฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าตลาดไทย จับตาผลประชุมเฟด สถานการณ์ตะวันออกกลาง และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
KEY
POINTS
- เงินบาทปิดตลาดแข็งค่าขึ้นที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
- การแข็งค่าของเงินบาทยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง และกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นและพันธบัตรไทย
- นักลงทุนจับตาปัจจัยที่จะส่งผลต่อค่าเงินในระยะถัดไป ได้แก่ ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทิศทางดอกเบี้ย และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
เงินบาทแข็งค่าปิดตลาดที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ รับอานิสงส์ราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงจากความหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลาย ด้านฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยต่อเนื่อง นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทในระยะถัดไป
ทองคำหนุนบาทแข็ง น้ำมันอ่อนรับข่าวสันติภาพ
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดกล่าวว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 32.57 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนทิศทางค่าเงินบาทในช่วงการซื้อขายตลอดวัน
การแข็งค่าของเงินบาทในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศการลงทุนที่ผ่อนคลายมากขึ้น หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกกลับมาปรับลดลงจากความคาดหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะมีแนวโน้มคลี่คลายลง
ปัจจัยสำคัญมาจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผ่านระบบดิจิทัล และมีกำหนดลงนามข้อตกลงสันติภาพอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ ส่งผลให้นักลงทุนลดความกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงาน และช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น
ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้าตลาดไทย
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนค่าเงินบาทมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่กลับเข้าสู่ตลาดการเงินไทย โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 630 ล้านบาท ขณะที่ตลาดพันธบัตรไทยมีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 2,908 ล้านบาท
การไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติสะท้อนมุมมองเชิงบวกของนักลงทุนต่อสินทรัพย์ไทยในระยะสั้น และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงนี้
ผู้ส่งออก-นำเข้าติดตามต้นทุนป้องกันความเสี่ยง
สำหรับค่าเฉลี่ย Indicative Forward Points ของธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนระยะ 3 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี ตามข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 15 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ -25.33 สำหรับผู้ส่งออกที่ขายเงินดอลลาร์ล่วงหน้า และ -22.05 สำหรับผู้นำเข้าที่ซื้อเงินดอลลาร์ล่วงหน้า
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนต้นทุนในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ภาคธุรกิจยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก
จับตาเฟดและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ
สำหรับทิศทางค่าเงินบาทในวันถัดไป ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวไว้ที่ 32.40-32.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ ความคืบหน้าของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และรายงาน Dot Plot ที่จะสะท้อนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า
นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้ความสำคัญกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะยอดค้าปลีกและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในระยะสั้นต่อไป







