
อัตราแลกเปลี่ยนวันนี้ 11 มิ.ย.69 เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อย รับแรงกดดันจากราคาทองคำร่วง ดอลลาร์แข็ง และความตึงเครียดตะวันออกกลาง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ผลประชุม ECB ชี้ทิศทางตลาดเงินโลก
KEY
POINTS
- เงินบาทอ่อนค่าลงทดสอบระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย
- ปัจจัยกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
- ตลาดกำลังจับตาข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินทิศทางค่าเงินต่อไป
เงินบาทอ่อนค่าทดสอบ 33 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อย รับแรงกดดันจากราคาทองคำร่วง ดอลลาร์แข็ง และความตึงเครียดตะวันออกกลาง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประชุม ECB กำหนดทิศทางตลาดเงินโลก
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทเช้าวันนี้อ่อนค่าทดสอบระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.92-32.94 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังเผชิญแรงกดดันจากราคาทองคำโลกที่ปรับตัวลดลง เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าจากคาดการณ์เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง รวมถึงความตึงเครียดในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
เงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางทองคำและดอลลาร์
เงินบาทเปิดการซื้อขายเช้าวันนี้ในทิศทางอ่อนค่า โดยระหว่างวันได้ทดสอบระดับจิตวิทยาสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาเคลื่อนไหวที่ระดับ 32.92-32.94 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเวลา 09.45 น. เทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์
แม้การเคลื่อนไหวจะยังอยู่ในกรอบแคบ แต่ทิศทางโดยรวมยังโน้มเอียงไปทางอ่อนค่า สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลกที่หลุดระดับ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้มีแรงขายทองคำและกระทบต่อค่าเงินบาทในฐานะสกุลเงินที่มีความสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของทองคำ
ตลาดกังวลเฟดอาจกลับมาขึ้นดอกเบี้ย
อีกปัจจัยสำคัญที่หนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ คือการคาดการณ์ของนักลงทุนว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกครั้งในช่วงปลายปี เพื่อรับมือกับแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง หลังตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นแตะ 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
การคาดหวังต่อดอกเบี้ยสหรัฐที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้นักลงทุนยังคงถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์มากขึ้น และเป็นแรงกดดันต่อสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงเงินบาท
ตะวันออกกลางตึงเครียด ดันน้ำมันขึ้นกดดันสกุลเงินเอเชีย
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ และกดดันให้สกุลเงินเอเชียส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในทิศทางอ่อนค่า
จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ-ประชุม ECB
สำหรับแนวโน้มเงินบาทในระยะสั้น คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.85-33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ การตอบรับของตลาดต่อข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลการประชุมของ European Central Bank รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคม และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์และเงินบาทในช่วงถัดไป







