
ค่าเงินบาทวันนี้ 10 มิ.ย.69 เงินบาทอ่อนแตะ 32.94 บาท จับตา CPI สหรัฐคืนนี้
เงินบาทเปิด 32.94 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่ารับความตึงเครียดตะวันออกกลาง นักลงทุนจับตา CPI สหรัฐฯ คืนนี้ ลุ้นทิศทางดอลลาร์ ทองคำ และค่าเงินบาท ลุ้นหลุด 33 บาทหรือไม่
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
- นักลงทุนทั่วโลกจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางค่าเงินบาท
- หากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงกว่าคาดการณ์ เงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุ 33.00 บาท แต่หากต่ำกว่าคาดการณ์ ก็มีโอกาสกลับมาแข็งค่าที่ระดับ 32.75 บาท
เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากวันก่อนหน้า หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาปะทุ ดันราคาน้ำมันพุ่ง เงินดอลลาร์แข็งค่า ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ คืนนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวแปรสำคัญกำหนดทิศทางค่าเงินและตลาดการเงินทั่วโลก
เงินบาทอ่อนค่ารับแรงกดดันจากตะวันออกกลาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ระดับ 32.94 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์
การอ่อนค่าของเงินบาทเกิดขึ้นหลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง จากกรณีสหรัฐฯ โจมตีอิหร่านเพื่อตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์ Apache ของสหรัฐฯ ถูกโดรนอิหร่านโจมตีตกบริเวณช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่า และราคาทองคำเผชิญแรงขายต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นโลกผันผวนก่อนรู้ผลเงินเฟ้อสหรัฐ
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เต็มไปด้วยความระมัดระวัง นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ โดยหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ถูกเทขายอย่างหนัก นำโดย Apple ปรับตัวลง 3.6%, Tesla ลดลง 3.0% และ AMD ลดลง 3.0%
ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดลบ 0.26% ขณะที่ Nasdaq ปรับตัวลง 0.97% สะท้อนความกังวลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ในระยะถัดไป
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลดลง 0.50% จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง แม้ว่าหุ้นกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมและสินค้าอุปโภคบริโภคยังช่วยประคองตลาดไว้ได้บางส่วน
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ชะลอตัว นักลงทุนรอผล CPI
ตลาดตราสารหนี้สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Down โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่บริเวณ 4.53%
Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมองว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ มีความเสี่ยงเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อมุมมองของตลาดต่อการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยของ Fed
ทั้งนี้ มองว่าระดับบอนด์ยีลด์ที่สูงกว่า 4.50% ยังเป็นจังหวะที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาว ทั้งในสหรัฐฯ และไทย
จับตา CPI สหรัฐฯ ตัวแปรสำคัญต่อค่าเงินบาท
ปัจจัยสำคัญที่สุดในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าคือ การประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะรายงานในเวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
หากตัวเลขเงินเฟ้อ โดยเฉพาะ Core CPI ออกมาสูงกว่าคาด ตลาดอาจปรับเพิ่มโอกาสที่ Fed จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์ปรับขึ้น ราคาทองคำเผชิญแรงกดดัน และเงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแนวต้านถัดไปบริเวณ 33.15-33.25 บาทต่อดอลลาร์
ในทางกลับกัน หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาด จะช่วยลดแรงกดดันต่อ Fed และอาจหนุนให้เงินบาทกลับมาแข็งค่าทดสอบระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ หรือมีโอกาสแข็งค่าลงไปใกล้ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ได้เช่นกัน
Krungthai มองเงินบาทยังเสี่ยงผันผวนสองทาง
Krungthai GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่าเงินบาทอยู่ในภาวะ "Two-Way Risk" หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงผลกระทบจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงควรใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options เพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 32.75-33.15 บาทต่อดอลลาร์







