thansettakij
thansettakij
ธปท. ชี้เงินบาทยังมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องประชุม กนง. พิเศษ

ธปท. ชี้เงินบาทยังมีเสถียรภาพ ไม่จำเป็นต้องประชุม กนง. พิเศษ

10 มิ.ย. 69 | 14:26 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 14:26 น.

ธปท. ย้ำเงินบาทยังมีเสถียรภาพ แม้อ่อนค่า 5.4% จากผลกระทบความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน ชี้ไทยไม่จำเป็นต้องประชุม กนง. พิเศษเหมือนอินโดนีเซียที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินรูเปียห์อ่อนค่า

KEY

POINTS

  • ธปท. ยืนยันว่าค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ แม้จะอ่อนค่าลงบ้างจากปัจจัยภายนอก จึงยังไม่จำเป็นต้องเรียกประชุม กนง. นัดพิเศษ
  • สถานการณ์ของไทยแตกต่างจากอินโดนีเซีย ซึ่งเผชิญแรงกดดันจนต้องประชุมฉุกเฉินเพื่อขึ้นดอกเบี้ยสกัดการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์
  • ปัจจัยพื้นฐานและฐานะด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง สามารถรองรับความผันผวนได้ดี โดยเงินบาทอ่อนค่าน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

ธปท. ยืนยันสถานการณ์ค่าเงินบาทและฐานะด้านต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง แม้เผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าบ้าง แต่ยังเคลื่อนไหวอย่างมีเสถียรภาพ แตกต่างจากอินโดนีเซียที่ต้องเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อปรับขึ้นดอกเบี้ยสกัดการอ่อนค่าของเงินรูเปียห์

ธปท. มั่นใจเงินบาทยังมีเสถียรภาพ

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความผันผวนในตลาดการเงินโลกและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ธปท. ยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเรียกประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นัดพิเศษ เหมือนกับที่ธนาคารกลางอินโดนีเซียได้ดำเนินการก่อนหน้านี้

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ทั้งนี้ เนื่องจากค่าเงินบาทแม้จะอ่อนค่าลงบ้างตามทิศทางตลาดการเงินโลก แต่การเคลื่อนไหวยังคงเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ ขณะที่ฐานะด้านต่างประเทศของไทยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง สามารถรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกได้ดี

อินโดนีเซียเผชิญแรงกดดันหนักจากเงินทุนไหลออก

โฆษก ธปท. กล่าวว่า การตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของอินโดนีเซียในการประชุมรอบพิเศษที่ผ่านมา มีเป้าหมายหลักเพื่อบรรเทาแรงกดดันต่อค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าต่อเนื่องมากกว่า 8% ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่ารุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการที่นักลงทุนต่างชาติทยอยขายสินทรัพย์อินโดนีเซีย ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร รวมมูลค่าประมาณ 3.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายในประเทศ แนวทางการดำเนินนโยบายการคลัง รวมถึงความเสี่ยงที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียอาจถูกปรับลดสถานะจากกลุ่ม Emerging Market ลงสู่ Frontier Market

เงินบาทอ่อนค่าน้อยกว่า ฟันด์โฟลว์เริ่มกลับเข้าไทย

สำหรับประเทศไทย ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 5.4% นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งดังกล่าว ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

ขณะเดียวกัน เงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติสะท้อนแรงขายสุทธิในสินทรัพย์ไทยเพียงประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงหลังเริ่มเห็นสัญญาณการไหลกลับของเงินทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในตลาดพันธบัตรระยะยาวและตลาดหุ้นไทย

ปัจจัยพื้นฐานไทยยังแข็งแรง รองรับความผันผวนได้

ธปท. ประเมินว่า แม้ตลาดการเงินโลกยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเศรษฐกิจโลก แต่สถานะด้านต่างประเทศของไทย ทั้งระดับเงินสำรองระหว่างประเทศ เสถียรภาพภาคการเงิน และดุลบัญชีเดินสะพัด ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่ช่วยลดความเปราะบางของเศรษฐกิจไทยต่อความผันผวนจากภายนอก

ส่งผลให้การดำเนินนโยบายการเงินของไทยในปัจจุบันยังสามารถดำเนินไปตามกรอบการประชุมปกติ โดยยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้มาตรการเร่งด่วนหรือเรียกประชุม กนง. นัดพิเศษเพื่อรับมือกับสถานการณ์ค่าเงินเหมือนที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย