
ค่าเงินบาทวันนี้ 11 มิ.ย.69 เงินบาทจ่อทะลุ 33 บาท สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ
Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทเปิด 32.97 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าใกล้แตะ 33 บาท หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านร้อนแรง ดันดอลลาร์แข็งค่า กดดันทองคำร่วง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประชุม ECB
KEY
POINTS
- ค่าเงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 33 บาท
- ปัจจัยหลักที่กดดันเงินบาทคือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off)
- สถานการณ์สงครามหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อค่าเงินบาท
Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคำถูกเทขายต่อเนื่อง กดดันเงินบาทเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมเตือนตลาดการเงินทั่วโลกยังเผชิญความเสี่ยงผันผวนสูงจากสงครามและทิศทางดอกเบี้ยเฟด
สงครามตะวันออกกลางปัจจัยหลัก ฉุดเงินบาทอ่อนค่า
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ระดับ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.90 บาทต่อดอลลาร์
แม้ในช่วงแรกเงินบาทจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์ และช่วยลดแรงกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น จนสร้างความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์
หุ้นโลกเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยง
บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) อีกครั้ง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะออกมาตามคาดและช่วยคลายความกังวลเรื่องดอกเบี้ยได้บางส่วน
นักลงทุนเลือกเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI ซึ่งปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ โดยหุ้น Nvidia ร่วงลง 3.7% ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดลดลง 1.62% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงถึง 1.98%
ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 เคลื่อนไหวในกรอบแคบและปิดลดลง 0.08% โดยตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) อย่างใกล้ชิด
ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันทองคำ
ความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้หนุนให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) กลับขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 จุดอีกครั้ง ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.57%
แรงหนุนจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ยังคงกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวเข้าใกล้ระดับ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า แม้บอนด์ยีลด์จะมีความผันผวนสูงจากปัจจัยสงครามและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ระดับผลตอบแทนที่สูงกว่า 4.50% ยังเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาว ทั้งในสหรัฐฯ และไทย
จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประชุม ECB
ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนจะติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ FED
ขณะเดียวกัน ตลาดยังให้ความสำคัญกับผลการประชุม ECB โดยคาดว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อรับมือแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เตือนเงินบาทผันผวนสูง เสี่ยงเคลื่อนไหวสองทาง
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ค่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรุนแรงขึ้น หรือมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจนกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก ราคาน้ำมันอาจพุ่งกลับไปเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะยิ่งหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ได้
อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิงหรือความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย เงินบาทก็มีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้อย่างรวดเร็ว โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่บริเวณ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ในช่วง 32.80-33.10 บาทต่อดอลลาร์







