thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาทวันนี้ 11 มิ.ย.69 เงินบาทจ่อทะลุ 33 บาท สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ

ค่าเงินบาทวันนี้ 11 มิ.ย.69 เงินบาทจ่อทะลุ 33 บาท สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านปะทุ

11 มิ.ย. 69 | 01:49 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 69 | 01:50 น.

Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทเปิด 32.97 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าใกล้แตะ 33 บาท หลังสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านร้อนแรง ดันดอลลาร์แข็งค่า กดดันทองคำร่วง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประชุม ECB

KEY

POINTS

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดอ่อนค่าลงที่ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ และมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่องเข้าใกล้แนวต้านสำคัญที่ 33 บาท
  • ปัจจัยหลักที่กดดันเงินบาทคือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off)
  • สถานการณ์สงครามหนุนให้เงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อค่าเงินบาท

Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อย หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หนุนดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ราคาทองคำถูกเทขายต่อเนื่อง กดดันเงินบาทเข้าใกล้แนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ พร้อมเตือนตลาดการเงินทั่วโลกยังเผชิญความเสี่ยงผันผวนสูงจากสงครามและทิศทางดอกเบี้ยเฟด

สงครามตะวันออกกลางปัจจัยหลัก ฉุดเงินบาทอ่อนค่า

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่ระดับ 32.97 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.90 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

แม้ในช่วงแรกเงินบาทจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นแตะระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนพฤษภาคมออกมาตามที่ตลาดคาดการณ์ และช่วยลดแรงกังวลเกี่ยวกับการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) แต่สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น จนสร้างความกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้

 

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงต่อเนื่อง และส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลงเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์

หุ้นโลกเข้าสู่โหมดปิดรับความเสี่ยง

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) อีกครั้ง แม้ตัวเลขเงินเฟ้อจะออกมาตามคาดและช่วยคลายความกังวลเรื่องดอกเบี้ยได้บางส่วน

นักลงทุนเลือกเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับกระแส AI ซึ่งปรับตัวขึ้นแรงก่อนหน้านี้ โดยหุ้น Nvidia ร่วงลง 3.7% ส่งผลให้ดัชนี S&P500 ปิดลดลง 1.62% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงถึง 1.98%

ด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 เคลื่อนไหวในกรอบแคบและปิดลดลง 0.08% โดยตลาดยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) อย่างใกล้ชิด

ดอลลาร์แข็งค่า บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดันทองคำ

ความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางได้หนุนให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) กลับขึ้นมาเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 จุดอีกครั้ง ขณะที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.57%

แรงหนุนจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น ยังคงกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวเข้าใกล้ระดับ 4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์

Krungthai GLOBAL MARKETS มองว่า แม้บอนด์ยีลด์จะมีความผันผวนสูงจากปัจจัยสงครามและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ระดับผลตอบแทนที่สูงกว่า 4.50% ยังเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาว ทั้งในสหรัฐฯ และไทย

จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และผลประชุม ECB

ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า นักลงทุนจะติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ FED

ขณะเดียวกัน ตลาดยังให้ความสำคัญกับผลการประชุม ECB โดยคาดว่า ECB อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% เพื่อรับมือแรงกดดันเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง

เตือนเงินบาทผันผวนสูง เสี่ยงเคลื่อนไหวสองทาง

Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินว่า ค่าเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ

หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรุนแรงขึ้น หรือมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจนกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก ราคาน้ำมันอาจพุ่งกลับไปเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะยิ่งหนุนเงินดอลลาร์แข็งค่าและกดดันเงินบาทให้อ่อนค่าทะลุระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณการเจรจาหยุดยิงหรือความตึงเครียดเริ่มคลี่คลาย เงินบาทก็มีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้อย่างรวดเร็ว โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่บริเวณ 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ และแนวรับถัดไปที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ในช่วง 32.80-33.10 บาทต่อดอลลาร์