
เงินบาทแข็งหรืออ่อนวันนี้ 9 มิ.ย.69 บาทแข็งค่ารับข่าวตะวันออกกลางคลี่คลาย
เงินบาทปิดที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่ารับดอลลาร์อ่อนและสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลาย ต่างชาติยังขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยต่อเนื่อง จับตาเงินเฟ้อสหรัฐ
KEY
POINTS
- เงินบาทปิดตลาดวันที่ 9 มิ.ย. แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
- ปัจจัยหลักมาจากการคลี่คลายของสถานการณ์ในตะวันออกกลางระหว่างอิหร่านและอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง
- การแข็งค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย
- นักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางค่าเงินในระยะต่อไป
เงินบาทปิดตลาดที่ 32.83 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า รับแรงหนุนจากสกุลเงินเอเชียที่ทยอยแข็งค่า ขณะที่ดอลลาร์อ่อนแรงหลังสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่าน-อิสราเอลส่งสัญญาณผ่อนคลาย ด้านนักลงทุนจับตาตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และจีน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางค่าเงินและกระแสเงินทุนในระยะต่อไป
เงินบาทปิดแข็งค่าเล็กน้อย สอดคล้องสกุลเงินเอเชีย
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ระดับ 32.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นประมาณ 0.1% เมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวันก่อนหน้าที่ 32.87 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.79-32.89 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแรงหนุนด้านแข็งค่าเป็นระยะ สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย
รูเปียห์อินโดฯ นำทีมแข็งค่า หลังธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบ
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนค่าเงินในภูมิภาค มาจากการแข็งค่าของเงินรูเปียห์อินโดนีเซีย หลังธนาคารกลางอินโดนีเซียสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายนอกรอบการประชุมตามปกติ เพื่อช่วยพยุงค่าเงินและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงขายจากนักลงทุน หลังมีสัญญาณเชิงบวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เมื่ออิหร่านและอิสราเอลตกลงยุติการโจมตีตอบโต้กันเป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ความต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยลดลง
ต่างชาติยังขายสุทธิหุ้น-พันธบัตรไทย
สำหรับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ในตลาดการเงินไทยวันนี้ นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง โดยขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย 579 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทยอีก 1,404 ล้านบาท
แม้เงินบาทจะได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายนอก แต่ทิศทางฟันด์โฟลว์ที่ยังไหลออกถือเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะสั้น
ผู้ส่งออก-นำเข้า จับตาต้นทุนบริหารความเสี่ยงค่าเงิน
ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ระบุว่า ค่าเฉลี่ย Indicative Forward Points อายุ 3 เดือน สำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี อยู่ที่ -26.12 สำหรับผู้ส่งออกที่ขายเงินดอลลาร์ล่วงหน้า และ -23.08 สำหรับผู้นำเข้าที่ซื้อเงินดอลลาร์ล่วงหน้า
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนต้นทุนในการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของภาคธุรกิจ ท่ามกลางภาวะตลาดการเงินโลกที่ยังมีความผันผวนสูง
จับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ-จีน ชี้ทิศทางเงินบาท
สำหรับวันพรุ่งนี้ คาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-32.95 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดรอติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PPI เดือนพฤษภาคมของจีน และตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และทิศทางค่าเงินดอลลาร์ในระยะถัดไป







