
ค่าเงินบาทวันนี้ 2 มิ.ย.69 เปิดซื้อขาย 32.62 บาทต่อดอลลาร์ ‘อ่อนค่าเล็กน้อย’
เงินบาทผันผวนหนัก เปิด 32.62 บาทต่อดอลลาร์ จับตา “หยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน” ชี้ชะตาทิศทางค่าเงิน Krungthai GLOBAL MARKETS ชี้ตลาดยังเผชิญความเสี่ยง Two-way Risk
KEY
POINTS
- เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 2 มิ.ย. ที่ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน
- ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทผันผวนและอ่อนค่ามาจากความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ตลาดเผชิญความเสี่ยงที่ค่าเงินจะผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง (Two-way Risk) โดยต้องจับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางและตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ
- Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์นี้ไว้ที่ 32.20-32.85 บาทต่อดอลลาร์
เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่ามาที่ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนจากกระแสข่าวเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน “Krungthai GLOBAL MARKETS” เตือนตลาดยังเผชิญความเสี่ยง Two-way Risk จับตาสถานการณ์ตะวันออกกลางและตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ ชี้กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้อยู่ที่ 32.20-32.85 บาทต่อดอลลาร์
บาทเปิดอ่อนค่าแตะ 32.62 บาท/ดอลลาร์ รับแรงกดดันจากตะวันออกกลาง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้อยู่ที่ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนที่ 32.56 บาทต่อดอลลาร์ โดยในช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 32.44-32.71 บาทต่อดอลลาร์ ตามกระแสข่าวการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ทั้งนี้ เงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าทดสอบแนวต้านใกล้ระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ หลังมีข่าวว่าอิหร่านอาจยุติการเจรจาหยุดยิง เนื่องจากอิสราเอลยังเดินหน้าโจมตีกลุ่ม Hezbollah ในเลบานอน ก่อนที่เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นบางส่วน หลังประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ยืนยันว่าการเจรจาหยุดยิงยังดำเนินต่อไป
สะท้อนภาวะ “Two-way Risk” ที่ตลาดการเงินยังพร้อมแกว่งตัวได้ทั้งสองทิศทางตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ลุ้นตัวเลขแรงงานสหรัฐฯ กำหนดทิศทางดอกเบี้ย FED
สำหรับสัปดาห์นี้ ประเมินว่าตลาดการเงินทั่วโลกยังเผชิญความผันผวนสูงจากทั้งพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการประกาศข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน และยอดตำแหน่งงานเปิดรับ ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
ล่าสุด ตลาดให้น้ำหนักราว 69% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ฝั่งยุโรป นักลงทุนยังติดตามท่าทีของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่วนเอเชียจับตาทิศทางเศรษฐกิจจีนและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
ด้านเศรษฐกิจไทย นักลงทุนรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI เดือนพฤษภาคม ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าเงินเฟ้อทั่วไปมีโอกาสเร่งขึ้นแตะ 3.10% จากผลกระทบด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง
จับตาเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ชี้ชะตาทิศทางเงินบาทระยะสั้น
นายพูนระบุว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทยังมีอยู่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังมีโอกาสกลับมาแข็งค่าได้ หากทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงมีแนวทางฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ที่ชัดเจน
โดยประเมินว่า หากสถานการณ์คลี่คลาย เงินบาทอาจแข็งค่าทะลุแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสทดสอบโซน 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากความขัดแย้งรุนแรงขึ้น เงินบาทอาจอ่อนค่าทดสอบแนวต้าน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ และอาจทะลุระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้
เตือนตลาดเผชิญภาวะ “Two-way Risk” ผันผวนได้ทั้งสองทาง
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเงินบาทยังเผชิญภาวะ “Two-way Risk” และมีโอกาสผันผวนสูงในระยะสั้น
Krungthai GLOBAL MARKETS มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ไว้ที่ 32.20-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะเคลื่อนไหวในช่วง 32.50-32.75 บาทต่อดอลลาร์







