thansettakij
thansettakij
เงินบาทแข็งค่า 1.9% ทะลุแนว 32.20 อานิสงส์ทองพุ่ง-น้ำมันร่วง-ต่างชาติไล่ซื้อบอนด์ไทย

เงินบาทแข็งค่า 1.9% ทะลุแนว 32.20 อานิสงส์ทองพุ่ง-น้ำมันร่วง-ต่างชาติไล่ซื้อบอนด์ไทย

06 พ.ค. 69 | 12:14 น.
อัปเดตล่าสุด :06 พ.ค. 69 | 12:14 น.

เงินบาทแข็งค่าปิดที่ 32.12 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังดอลลาร์อ่อนค่าแรง รับข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านจ่อบรรลุข้อตกลง หนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดไทย

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า  เงินบาทกลับมาแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถทะลุแนวสำคัญที่ระดับ 32.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนปิดตลาดที่ประมาณ 32.12 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่าขึ้นถึง 1.9% จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.72 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะทิศทางของเงินดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วในตลาดโลก

แรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ฯ เกิดขึ้นหลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านอาจเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แม้รายละเอียดจะยังไม่ชัดเจนและต้องรอการตอบรับจากฝั่งอิหร่าน แต่สัญญาณดังกล่าวก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดลดความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้เงินดอลลาร์ฯ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยถูกเทขายออกมา

ในเวลาเดียวกัน สกุลเงินในภูมิภาคเอเชียรวมถึงเงินบาทต่างแข็งค่าขึ้นในทิศทางเดียวกัน แม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวลดลงแรง ซึ่งโดยปกติอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อสกุลเงินของประเทศผู้ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ในกรณีนี้แรงขายดอลลาร์ฯ และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายกลับเข้าภูมิภาคกลับมีน้ำหนักมากกว่า

 

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนค่าเงินบาท คือการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งมักมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับค่าเงินบาท เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการซื้อขายทองคำในปริมาณสูง นอกจากนี้ กระแสเงินทุนจากต่างชาติยังไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิพันธบัตรไทยกว่า 2,600 ล้านบาท แม้ว่าจะมีแรงขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยเล็กน้อยที่ประมาณ 131 ล้านบาทก็ตาม

ในส่วนของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า ค่าเฉลี่ย indicative forward points ระยะ 3 เดือน ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ -25.56 สำหรับผู้ส่งออก และ -22.08 สำหรับผู้นำเข้า สะท้อนมุมมองตลาดที่ยังคงให้น้ำหนักกับทิศทางเงินบาทแข็งค่าในระยะสั้น ซึ่งผู้ประกอบการควรบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด

สำหรับแนวโน้มในระยะถัดไป ประเมินว่าค่าเงินบาทมีกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 32.00-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก ทิศทางกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์