
ดีลอยท์ชี้ไทยขึ้นแท่นผู้นำ EV อาเซียน แต่ 'โครงสร้างพื้นฐาน' ยังเป็นคอขวดใหญ่
ดีลอยท์ชี้ไทยมีศักยภาพขึ้นแท่นผู้นำตลาด EV อาเซียน ผู้บริโภคสนใจสูง 58% แต่ยังติดข้อจำกัดโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จและการแข่งขันที่รุนแรงจากพฤติกรรมเปลี่ยนแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น
ดีลอยท์ระบุว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่ามกลางความสนใจของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยสัดส่วนผู้บริโภคไทยถึง 58% มีแนวโน้มเลือกซื้อรถยนต์ไฮบริดหรือรถยนต์ไฟฟ้าในการซื้อครั้งถัดไป ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญ
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนถึงทั้งความพร้อมของตลาดและแรงหนุนจากปัจจัยด้านต้นทุนพลังงาน เทคโนโลยี และประสิทธิภาพของยานยนต์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม แม้ความต้องการจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่โครงสร้างพื้นฐานยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะการเข้าถึงจุดชาร์จไฟฟ้าในที่อยู่อาศัย ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ส่วนใหญ่คาดหวังจะชาร์จรถที่บ้าน
ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปกับการเติบโตของตลาด ไม่เช่นนั้น ความต้องการที่มีอยู่ก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนเป็นการใช้งานจริงได้อย่างเต็มศักยภาพ
ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแบรนด์สูง ความภักดีต่อแบรนด์ลดลง และการตัดสินใจซื้อที่อิงกับคุณภาพ เทคโนโลยี และราคาเป็นสำคัญ
แม้ความเชื่อมั่นต่อผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการยังคงแข็งแกร่ง แต่การเปิดรับโมเดลการขายตรงจากผู้ผลิตยังอยู่ในระดับจำกัด สะท้อนถึงโครงสร้างตลาดที่ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยียานยนต์เชื่อมต่อกำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม ผู้บริโภคไทยเปิดรับฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น ระบบที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์และบริการดิจิทัลในรถยนต์มากขึ้น พร้อมทั้งแสดงความเต็มใจที่จะจ่ายสำหรับบริการที่เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย
ที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคไทยมีความกังวลเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลในระดับต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต
ภาพรวมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะมีศักยภาพสูงในการเป็นผู้นำตลาด NEV ในภูมิภาค แต่เส้นทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันในตลาด
การจะเปลี่ยน “ความสนใจ” ให้กลายเป็น “การใช้งานจริง” อย่างยั่งยืน จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้ให้บริการพลังงาน ไปจนถึงภาครัฐ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง







