
‘สิริพงศ์’ ผ่าทางตันประมูลรถเมล์ ขสมก. จ่อดีล TSB เช่ารถอีวี 800 คัน สางปัญหาขาดแคลนรถ
‘สิริพงศ์’ จ่อดีลไทยสมายล์บัส ดันรถเมล์ไฟฟ้าเสริม 800 คัน แก้ปัญหาขาดแคลนรถ หลังรอส่งมอบรถเมล์เช่าขสมก. 1,520 คัน ในปี 70 ยันไม่เพิ่มค่าตั๋วประชาชน เร่งเติมบอร์ด ขสมก.ว่าง 4 ตำแหน่ง ลุยเคาะโครงการภายในปีนี้
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเสนอแนวทางแก้ปัญหาขาดแคลนรถเมล์ ขสมก. โดยเตรียมเจรจาเช่ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 800 คันจากบริษัท ไทยสมายล์บัส (TSB) เพื่อใช้งานชั่วคราว
- การเช่ารถ EV ดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการเดินรถได้ครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับรถที่ใช้น้ำมัน และยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อค่าโดยสารของประชาชน
- แผนนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องรอการตรวจสอบข้อกฎหมายและรอการอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. ซึ่งตั้งเป้าให้ได้ข้อสรุปภายในปีนี้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) จำนวน 1,520 คัน วงเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ปัจจุบันกระทรวงฯมีแนวคิดปฏิรูประบบรถเมล์ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนรถของ ขสมก.
ทั้งนี้ในระหว่างรอแผนการจัดซื้อรถใหม่ 1,520 คัน ที่จะเริ่มส่งมอบในเดือนมีนาคมปี 2570 เบื้องต้นคาดว่าจะเจรจากับบริษัทไทยสมายล์บัส (TSB) เพื่อเช่ารถเมล์ไฟฟ้า (EV) เพิ่มอีก 800 คัน จากภาคเอกชน เช่น ไทยสมายล์บัส (TSB) ที่มีรถว่างจากการเดินรถบางเส้นทาง
“ประเด็นสำคัญ คือ เรื่องความคุ้มค่าด้านต้นทุน เนื่องจากข้อมูลระบุว่ารถเมล์น้ำมัน (ฟอสซิล) มีต้นทุนการเดินรถอยู่ที่ประมาณ 40 บาทต่อกิโลเมตร ขณะที่รถ EV มีต้นทุนเพียง 20 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ ขสมก. ได้ถึงครึ่งหนึ่ง” นายสิริพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้การเช่าดังกล่าวจะเป็นรูปแบบเช่าพร้อมการบำรุงรักษา (Service) โดยยันยืนว่าจะไม่มีการเพิ่มภาระค่าโดยสารแก่ประชาชน
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามแผนการเช่ารถเมล์ EV นี้ ยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องรอการตรวจสอบระเบียบกฎหมายให้ครบถ้วน
ขณะเดียวกันต้องรอการแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. เพิ่มเติมอีก 4 ตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ เพื่อให้มีอำนาจในการอนุมัติโครงการอย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าจะหาข้อสรุปให้ได้ภายในปีนี้
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังมีแผนเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางให้เป็นเนื้อเดียว โดยจะมีการหารือกับทั้ง ขสมก. และรถร่วมเอกชนเพื่อจัดระเบียบเส้นทางเดินรถจากในซอยบ้านให้สอดรับกับสถานีรถไฟฟ้า
ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางจากซอกซอยเข้าสู่ระบบรางได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลตามนโยบายของรัฐบาล






