thansettakij
thansettakij
‘พิพัฒน์’ อัดงบ 2,060 ล้าน ตรึงค่าโดยสารทั่วประเทศ ลุยพ.ร.บ.ตั๋วร่วม

‘พิพัฒน์’ อัดงบ 2,060 ล้าน ตรึงค่าโดยสารทั่วประเทศ ลุยพ.ร.บ.ตั๋วร่วม

25 เม.ย. 69 | 13:32 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 69 | 13:36 น.

คมนาคมอัดงบ 2,060 ล้าน ตรึงค่าโดยสารทั่วประเทศ ลุยพ.ร.บ.ตั๋วร่วม เชื่อมต่อล้อ-ราง-เรือ พร้อมดัน EV-ยกระดับความปลอดภัย ปฏิรูปขนส่งทั้งระบบ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายในงาน DLT Next 2026 ว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเดินหน้า “มาตรการตรึงค่าโดยสาร” ผ่านโครงการ “DLT พร้อมซัปพอร์ต” โดยอัดฉีดงบประมาณกว่า 2,060 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการขนส่งทุกกลุ่มทั่วประเทศ หวังพยุงสภาพคล่องและลดผลกระทบจากต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง

มาตรการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง แท็กซี่ รถตู้ รถโดยสาร ไปจนถึงภาคขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อ “ตรึงราคาค่าโดยสาร” ไม่ให้ปรับขึ้นเป็นภาระของประชาชน พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการยังสามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง

นายพิพัฒน์ระบุว่า มาตรการด้านราคาจะเดินควบคู่กับการผลักดันร่างพระราชบัญญัติตั๋วร่วม เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะทุกโหมด ทั้ง “ล้อ-ราง-เรือ” ให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนในระยะยาว

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าปฏิรูประบบขนส่งผ่านอีก 2 ยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อยกระดับทั้งโครงสร้างและคุณภาพบริการ

เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ขนส่งพลังงานสะอาด

ภาครัฐเตรียมผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ในระบบขนส่งสาธารณะอย่างครบวงจร ครอบคลุมแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง และรถตุ๊กตุ๊ก โดยจะสนับสนุนทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้า การลดต้นทุนประกันภัย และการแก้ปัญหาอะไหล่

พร้อมประกาศยุติการใช้ “รถเมล์ร้อน” โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เตรียมนำรถเมล์ไฟฟ้า 1,520 คันมาให้บริการแทน ขณะที่บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) อยู่ระหว่างศึกษาการเปลี่ยนผ่านสู่ EV เพื่อลดมลพิษฝุ่น PM2.5 และสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593

ยกระดับความปลอดภัยสู่มาตรฐานสากล

กระทรวงฯ เตรียมจัดตั้ง “ศูนย์ความปลอดภัยด้านคมนาคมขนส่ง” เพื่อบูรณาการการสอบสวนอุบัติเหตุเชิงลึก ครอบคลุมทุกระบบ ทั้งถนน ราง น้ำ และอากาศ พร้อมยกระดับมาตรฐานด้านวิศวกรรมยานยนต์และผู้ขับขี่ให้เข้มงวดมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมออกมาตรการให้ผู้รับจ้างโครงการก่อสร้างต้องมี “กองทุนเยียวยา” หรือประกันภัยที่ครอบคลุม เพื่อชดเชยความเสียหายให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอขั้นตอนทางกฎหมาย

นายพิพัฒน์ย้ำว่า การปฏิรูปครั้งนี้เป็นการดำเนินการแบบบูรณาการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายให้ระบบขนส่งสาธารณะของไทย “เข้าถึงได้ ปลอดภัย และเป็นธรรมด้านราคา” เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว