
ดีลอยท์ชี้ 'โบรกเกอร์ไทย' ถึงจุดเปลี่ยนใหญ่ เสนอควบรวม-ปฏิรูปทั้งระบบ
ดีลอยท์เผยผลศึกษาอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ไทย เจอแรงกดดันรอบด้าน รายได้หด ต้นทุนพุ่ง นักลงทุนเปลี่ยนพฤติกรรม ชี้ “M&A” ทางรอดสำคัญ แนะ 6 แนวทางยกระดับระบบนิเวศตลาดทุนทั้งระบบ
ดีลอยท์ ประเทศไทย เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุด “A Study of the Brokerage Business in Thailand” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) โดยชี้ว่า อุตสาหกรรมธุรกิจหลักทรัพย์ไทยกำลังเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่ต้องเร่งปรับตัวทั้งระบบ
นายบุญสม จารุศิริธรางกูร พาร์ทเนอร์บริการด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยง และธุรกรรมรายการ ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผชิญความท้าทายจากปริมาณการซื้อขายที่ลดลง อัตรากำไรที่หดตัว และต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกันพฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รวมถึงความเชื่อมั่นในตลาดทุนที่ยังอ่อนแอ ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์
นอกจากนี้ โครงสร้างอุตสาหกรรมที่มีผู้เล่นจำนวนมากแต่ขนาดธุรกิจค่อนข้างเล็ก ทำให้หลายบริษัทขาดศักยภาพในการลงทุนด้านเทคโนโลยี บุคลากร และนวัตกรรม เมื่อเทียบกับตลาดทุนในประเทศพัฒนาแล้ว
ดร. เมธินี จงสฤษดิ์หวัง กรรมการผู้จัดการ ดีลอยท์ ประเทศไทย กล่าวว่า การควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม โดยจะช่วยลดความกระจัดกระจาย เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาผลิตภัณฑ์
การควบรวมไม่ใช่เป้าหมายเพื่อ “ลดจำนวนผู้เล่น” แต่เพื่อสร้างบริษัทหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและศักยภาพมากขึ้น ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่เหมาะสม และยังเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายเล็กหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสามารถแข่งขันในตลาดเฉพาะกลุ่มได้
ขณะเดียวกัน การปฏิรูปอุตสาหกรรมจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการยกระดับ “ระบบนิเวศตลาดทุน” โดยรวม ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบ Private Equity และ Venture Capital การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของตลาด การเสริมความเข้มแข็งด้านการคุ้มครองผู้ลงทุน รวมถึงการยกระดับความรู้ทางการเงินของประชาชน
รายงานยังเสนอ 6 แนวทางสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนตลาดทุนไทยในระยะยาว อาทิ การปรับกรอบกำกับดูแลสู่แนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น (Principles-based) การฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักลงทุน และการเพิ่มจำนวนบริษัทคุณภาพเข้าสู่ตลาด
ทั้งนี้ ดีลอยท์ประเมินว่า หากสามารถดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้อย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2573 ตลาดทุนไทยจะมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งขึ้น มีผู้เล่นที่มีคุณภาพทั้งรายใหญ่และรายเฉพาะทาง นักลงทุนมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้น และสามารถดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศได้มากขึ้น






