
บาทอ่อนทะลุ 33 บาทในรอบ 9 เดือน รับแรงกดดันสงครามตะวันออกกลาง-ดอลลาร์แข็ง
เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องแตะ 33.03 บาท/ดอลลาร์ ต่ำสุดรอบ 9 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐฯ
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดเปิดเผยว่า เงินบาทเปิดสัปดาห์อ่อนค่าทะลุระดับสำคัญ 33 บาทต่อดอลลาร์ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 9 เดือนใหม่ที่ 33.03 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงเช้าวันนี้ (10.00 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดปลายสัปดาห์ก่อนที่ 32.78 บาทต่อดอลลาร์
สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินเอเชียและสินทรัพย์เสี่ยงที่ถูกเทขาย ขณะที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงหลุดระดับ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้แรงหนุนต่อเงินบาทลดลงในระยะสั้น
ปัจจัยสำคัญที่กดดันค่าเงินบาทมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและทวีความรุนแรงมากขึ้น
ขณะเดียวกันตลาดได้ปรับมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) โดยคาดว่าอาจไม่เห็นการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up โดยมีโอกาสทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 33 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาทองคำที่ปรับตัวลง และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงกดดันตลาดการเงินโลก
ในระยะสั้น ตลาดยังต้องติดตามปัจจัยสำคัญหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันและทองคำ รวมถึงกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางค่าเงินบาทในช่วงถัดไป
ทั้งนี้ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าอยู่ที่ 32.80–33.15 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่กรอบรายสัปดาห์อาจแกว่งในช่วง 32.50–33.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังมีความเสี่ยงที่เงินบาทอาจอ่อนค่าทดสอบระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ หากปัจจัยเสี่ยงภายนอกยังคงกดดันอย่างต่อเนื่อง






