thansettakij
thansettakij
เงินบาทผันผวนหนัก ต่างชาติขาย-สงครามกดดัน จับตา 32.50 บาท ใกล้จุดชี้ชะตา

เงินบาทผันผวนหนัก ต่างชาติขาย-สงครามกดดัน จับตา 32.50 บาท ใกล้จุดชี้ชะตา

17 มี.ค. 2569 | 05:25 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มี.ค. 2569 | 05:29 น.

ค่าเงินบาทยังแกว่งตัวไร้ทิศทาง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้เริ่มฟื้นตัวตามดอลลาร์อ่อนค่าและราคาน้ำมันย่อลง ตลาดจับตาแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

ค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ในระยะสั้นเงินบาทจะฟื้นตัวกลับมาได้บางส่วน หลังอ่อนค่าทะลุระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงก่อนหน้า

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า การฟื้นตัวของเงินบาทสอดคล้องกับทิศทางสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงตามบอนด์ยีลด์ที่ปรับตัวลดลง หลังตลาดคลายความกังวลแรงกดดันเงินเฟ้อ จากราคาน้ำมันดิบที่ย่อตัวลง

โดยมีปัจจัยหนุนจากรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ รวมถึงการส่งสัญญาณของ IEA ที่อาจระบายน้ำมันสำรองเพิ่มเติม

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดยังคงเปราะบาง โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 32.25–32.55 บาทต่อดอลลาร์ ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ ได้แก่  พัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันและทองคำ ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติ และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน

 

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย ระบุว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้า แต่ยังคงเคลื่อนไหวแบบไร้ทิศทางชัดเจน โดยแกว่งตัวในกรอบ 32.23–32.54 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย

แรงหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น จากสัญญาณคลี่คลายความกังวลด้านพลังงาน ขณะที่ IEA และประเทศสมาชิก เช่น ญี่ปุ่น เริ่มระบายน้ำมันจากคลังสำรอง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบชะลอการปรับขึ้น

อย่างไรก็ดี ในช่วงเช้าตลาดเอเชีย เงินดอลลาร์และราคาน้ำมันเริ่มรีบาวด์อีกครั้ง กดดันให้เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่า

ด้านตลาดการเงินโลกเริ่มกลับสู่ภาวะ Risk-On โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.01% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.22% จากแรงหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป STOXX600 ปรับขึ้น 0.44% สะท้อนความกังวลด้านพลังงานที่ลดลงในระยะสั้น

ในฝั่งตลาดพันธบัตร บอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับลดลงสู่ระดับ 4.23% ส่งผลให้ตลาดเพิ่มความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของบอนด์ยีลด์ยังคงจำกัดจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังคงมุมมองว่าเงินบาทอยู่ในภาวะ “Two-Way Risk” หรือมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้งแข็งค่าและอ่อนค่า โดยขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสงครามในตะวันออกกลางเป็นหลัก หากสถานการณ์ยืดเยื้อและราคาน้ำมันกลับมาพุ่งสูง อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบระดับ 32.80–33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้

ขณะเดียวกัน ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ยังถือเป็นแนวต้านสำคัญ โดยมีแรงขายเงินดอลลาร์จากผู้ส่งออกช่วยจำกัดการอ่อนค่าในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม หากฟันด์โฟลว์ต่างชาติยังคงไหลออกจากสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในช่วงถัดไป

ตลาดการเงินในระยะข้างหน้ายังคงต้องติดตามทั้งข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยผู้เล่นในตลาดควรใช้การวิเคราะห์แบบ Scenario Analysis และเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น Options เพื่อรับมือกับความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง