thansettakij
thansettakij
เงินบาทแข็งแรงทะลุ 32.50 บาท ตลาดโลกผันผวนหนักจากตะวันออกกลาง กดดอลลาร์อ่อน

เงินบาทแข็งแรงทะลุ 32.50 บาท ตลาดโลกผันผวนหนักจากตะวันออกกลาง กดดอลลาร์อ่อน

20 มี.ค. 69 | 02:07 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มี.ค. 69 | 02:15 น.

เงินบาทเปิด 32.49 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นแรงสวนความผันผวนตลาดโลก หลังดอลลาร์อ่อนค่า ท่ามกลางสัญญาณนโยบายการเงินตึงตัวจากยุโรปและอังกฤษ จับตาความเสี่ยงสงครามตะวันออกกลาง ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ

ค่าเงินบาทเช้าวันที่ 20 มีนาคม 2569 เปิดตลาดที่ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.82 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนแรงเคลื่อนย้ายของเงินทุนและมุมมองต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ระบุว่า การแข็งค่าของเงินบาทในรอบนี้เกิดขึ้นหลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จากมุมมองของตลาดที่ประเมินว่า ธนาคารกลางหลักในยุโรป โดยเฉพาะ European Central Bank และ Bank of England มีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น

หากเงินเฟ้อเร่งตัวจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ Federal Reserve กลับมีโอกาสจำกัดในการปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้

ปัจจัยสำคัญที่หนุนบรรยากาศตลาดการเงิน คือการคลี่คลายบางส่วนของสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีสัญญาณชะลอการโจมตีระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน รวมถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันเงินเฟ้อและหนุนให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS

ในตลาดการเงินโลก ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 99.2 จุด ขณะที่ราคาทองคำ (XAUUSD) แม้จะเผชิญแรงขายก่อนหน้า แต่เริ่มรีบาวด์กลับขึ้นใกล้ระดับ 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง

ด้านตลาดทุนสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังความเสี่ยง โดยดัชนี S&P500 ปิดลบเล็กน้อย ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงถูกกดดัน โดยเฉพาะ Tesla ที่ปรับตัวลงกว่า 3% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงขายหนัก สะท้อนความกังวลต่อทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นในภูมิภาค

ในฝั่งตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับลดลงสู่ระดับ 4.25% สอดคล้องกับราคาพลังงานที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ยังเตือนถึงความเสี่ยง “Policy Mistake” หากธนาคารกลางดำเนินนโยบายเข้มงวดมากเกินไป จนอาจกดเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น แม้จะมีแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อนค่า แต่การแข็งค่าอาจเริ่มชะลอลงบริเวณแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากตลาดได้สะท้อนความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของยุโรปและอังกฤษไปมากแล้ว ขณะที่ฟันด์โฟลว์ของนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีแนวโน้มไหลออก อาจเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่า

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังคงประเมินว่าเงินบาทมีลักษณะ “Two-Way Risk” หรือสามารถเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้าย โดยกรอบการเคลื่อนไหวในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 32.40–32.75 บาทต่อดอลลาร์

ในระยะถัดไป ตลาดยังต้องติดตามข้อมูลการส่งออกของไทย รวมถึงพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของค่าเงินบาทและสินทรัพย์การเงินทั่วโลกในช่วงที่เหลือของไตรมาสแรกปีนี้

ด้านดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัดกล่าวว่า เงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชียแข็งค่ากลับมา สวนทางราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลง หลังทางการสหรัฐฯส่งสัญญาณว่า อาจมีการพิจารณายกเลิกการคว่ำบาตรน้ำมันของอิหร่านที่ตกค้างอยู่บนเรือบรรทุกน้ำมันในเร็วๆ นี้ และสหรัฐฯ อาจระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติมอีก

ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักหลายสกุล ทั้งเยน ปอนด์ และยูโร หลังจาก BOJ, BoE และ ECB ล้วนส่งสัญญาณในเชิงคุมเข้มหลังความเสี่ยงจากเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นจากผลกระทบของสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.35-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางราคาน้ำมันและทองคำในตลาดโลก และฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ