
เงินบาทดิ่งแตะ 32.84 อ่อนค่าสุดรอบเกือบ 5 เดือน สงครามอิหร่าน-เฟดกดดันหนัก
เงินบาทอ่อนค่าหนักแตะ 32.84 บาทต่อดอลลาร์ ต่ำสุดรอบเกือบ 5 เดือน หลังตะวันออกกลางเดือด-เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยยากขึ้น กดดันตลาดเงินและสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก
ค่าเงินบาทเผชิญแรงกดดันรอบใหม่อย่างหนัก โดยเช้าวันนี้เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 5 เดือนที่ 32.84 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนขยับกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 32.77-32.79 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่เข้ามาพร้อมกันทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินสหรัฐ
แรงกดดันระลอกแรกมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกขั้น หลังมีรายงานว่าอิหร่านเตรียมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ขณะที่ก่อนหน้านี้เกิดความเสียหายที่ศูนย์ก๊าซธรรมชาติเหลว Ras Laffan ของกาตาร์ และมีคำเตือนจากเตหะรานต่อแหล่งพลังงานสำคัญในอ่าวเปอร์เซีย ทำให้ตลาดกังวลว่าความขัดแย้งได้ขยายจากสมรภูมิกา
ผลจากความเสี่ยงดังกล่าวทำให้เงินทุนไหลเข้าดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากผลการประชุมเฟดล่าสุดที่แม้จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ แต่สะท้อนท่าทีระมัดระวังมากขึ้นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการลดดอกเบี้ยในปีนี้
ส่งผลให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงินลง และหนุนให้ดอลลาร์แข็งค่าต่อเนื่องควบคู่กับบอนด์ยีลด์สหรัฐที่ยืนสูง
ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ระบุว่า เงินบาทและสกุลเงินเอเชียอ่อนค่าลงพร้อมกัน ท่ามกลางความกังวลใหม่เกี่ยวกับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลาง
ขณะที่เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการที่ตลาดลดโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟดลง แม้ dot plot ใหม่จะยังส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ก็ตาม
กสิกรไทยประเมินกรอบเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 32.60-32.90 บาทต่อดอลลาร์ โดยปัจจัยที่ต้องติดตามได้แก่ การตอบรับของตลาดต่อผลการประชุมเฟด สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันและทองคำ ฟันด์โฟลว์ต่างชาติ และผลการประชุมของ BOJ, BOE และ ECB
ด้านนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย มองว่า เงินบาทเปิดเช้าที่ 32.79 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงหนักจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.41 บาทต่อดอลลาร์ และตลอดคืนที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่าทะลุแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนขึ้นไปทดสอบโซน 32.80 บาทต่อดอลลาร์อย่างชัดเจน
เขาระบุว่า การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปในทิศทางเดียวกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ การปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ และการปรับลงของราคาทองคำ หลังตลาดกังวลว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและกระทบต่อเงินเฟ้อโลกมากกว่าที่ประเมินไว้เดิม โดยล่าสุดดัชนีดอลลาร์ขึ้นมาแถว 100.2 จุด และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐขยับขึ้นสู่ระดับ 4.28% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดกลับไปถือฝั่งดอลลาร์ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง
ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐ บรรยากาศกลับเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง ดัชนี S&P500 ลดลง 1.36% และ Nasdaq ลดลง 1.46% จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปก็อ่อนตัวลงเช่นกัน แม้ยังได้แรงพยุงบางส่วนจากหุ้นพลังงานและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ สะท้อนว่าตลาดกำลังตีราคาความเสี่ยงสงครามและพลังงานกลับเข้ามาใหม่อย่างจริงจัง
จุดที่น่ากังวลมากขึ้นคือ การโจมตีและการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียอาจทำให้ผลกระทบไม่จำกัดอยู่แค่ราคาน้ำมันดิบ แต่ลุกลามสู่ก๊าซธรรมชาติเหลวและห่วงโซ่พลังงานโลก โดย Reuters และ Financial Times รายงานตรงกันว่าความเสียหายที่ Ras Laffan ของกาตาร์ทำให้ตลาด LNG ตึงตัวขึ้นทันที และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนก๊าซในระยะถัดไป
สำหรับทิศทางเงินบาทในระยะสั้น นายพูนยังประเมินว่าเงินบาทมีแนวโน้มผันผวนสูงมาก และยังคงเผชิญความเสี่ยงฝั่งอ่อนค่าเป็นหลัก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นอีก โดยเฉพาะหากการโจมตีพลังงานขยายวงกว้างหรือยืดเยื้อกว่าที่ตลาดคาด ค่าเงินบาทอาจเดินหน้าทดสอบโซนถัดไปได้อีก
ขณะที่ในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะจับตาผลการประชุม BOJ, BOE และ ECB รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีภาคธุรกิจเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และยอดขายบ้านใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะมีผลต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ยโลกและค่าเงินโดยตรง






