
ดอลลาร์แข็งกดเงินบาท 2แบงก์ใหญ่ประสานเสียง คาดสัปดาห์นี้แกว่งตัว 31.90–33 บาท
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.90–32.70 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ทีทีบีมองอ่อนค่าในกรอบ 32.10–33.00 บาท หลังดอลลาร์แข็งค่าจากความตึงเครียดตะวันออกกลางและตลาดจับตาการประชุมเฟด-ธนาคารกลางโลก
ค่าเงินบาทยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางโลก โดยสถาบันการเงินประเมินว่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มผันผวนในกรอบกว้าง หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.90–32.70 บาทต่อดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเงินบาทปิดที่ระดับ 32.29 บาทต่อดอลลาร์ หลังเคลื่อนไหวในกรอบ 31.45–32.39 บาท และแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบกว่า 3 เดือน
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดการเงินโลก โดยนักลงทุนตอบสนองต่อสัญญาณของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจจบลงเร็ว อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบกลับปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง แม้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะประกาศระบายน้ำมันดิบจากคลังสำรองฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการระบายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ทั้งนี้ ปริมาณดังกล่าวเทียบเท่าการใช้น้ำมันทั่วโลกเพียงประมาณ 4 วัน ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางเรือมากกว่า 20% ของโลก หรือประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน ยังคงถูกปิด ส่งผลให้ตลาดพลังงานยังคงมีความตึงตัว
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิสินทรัพย์ไทยต่อเนื่อง โดยขายสุทธิหุ้นไทย 20,036 ล้านบาท และขายสุทธิพันธบัตรไทย 15,779 ล้านบาท
สำหรับสัปดาห์นี้ ตลาดการเงินโลกจะจับตาผลการประชุมธนาคารกลางหลัก ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยกรุงศรีคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50–3.75% ในการประชุมวันที่ 17–18 มีนาคม
นักลงทุนจะให้ความสำคัญกับประมาณการอัตราดอกเบี้ยของเฟดในระยะต่อไป โดยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มตลาดแรงงานสหรัฐในปัจจุบัน เฟดอาจกังวลเงินเฟ้อน้อยกว่าธนาคารกลางยุโรป และมีโอกาสเดินหน้าวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงต่อไป
ด้านธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี ประเมินว่า ค่าเงินบาทในช่วงวันที่ 16–22 มีนาคม 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10–33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 32.23 บาทต่อดอลลาร์ และอ่อนค่าลงจากสัปดาห์ก่อน
ทีทีบีระบุว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่อเป้าหมายของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการส่งออกพลังงาน
แม้กองทัพสหรัฐจะยังไม่ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันโดยตรง แต่ผู้นำสหรัฐได้ส่งสัญญาณว่าอาจพิจารณามาตรการทางทหารเพิ่มเติม หากมีการขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของการขนส่งพลังงานโลก
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังเตรียมเปิดการไต่สวนประเทศคู่ค้ากว่า 10 ประเทศ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 2517 จากข้อกล่าวหาเรื่องกำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการทางการค้าเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐล่าสุดสะท้อนสัญญาณที่ผสมผสาน โดยข้อมูลเศรษฐกิจจริง เช่น ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน และจีดีพีไตรมาส 4 รอบปรับปรุง ออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่ดัชนีเงินเฟ้อ CPI และ PCE ออกมาตรงตามประมาณการ ส่วนข้อมูลจากผลสำรวจความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า











