thansettakij
thansettakij
IROYAL ลุย New S-Curve ดัน Oil & Gas–Defense Tech ดันรายได้โต 25%

IROYAL ลุย New S-Curve ดัน Oil & Gas–Defense Tech ดันรายได้โต 25%

17 มี.ค. 2569 | 04:17 น.
อัปเดตล่าสุด :17 มี.ค. 2569 | 04:17 น.

IROYAL ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 20-25% เดินหน้าธุรกิจ Oil & Gas และ Defense Tech เป็น New S-Curve พร้อม Backlog 611 ล้านบาท เตรียมประมูลงาน 2,000 ล้านบาท คาดเติมงานใหม่ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

บริษัท อินเตอร์รอแยล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ IROYAL วางเป้าหมายการเติบโตปี 2569 ต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 20–25% จากฐานรายได้ปี 2568 ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ (All Time High) ที่ 486 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155% และมีกำไรสุทธิ 135 ล้านบาท เติบโต 129% เมื่อเทียบกับปีก่อน

นายภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IROYAL เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเสนอผู้ถือหุ้นอนุมัติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.43 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 7% โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 29 เมษายน 2569

กลยุทธ์สำคัญในปีนี้คือการผลักดันธุรกิจ Oil and Gas และเทคโนโลยีป้องกันประเทศขั้นสูง (Defense Tech) ให้เป็น New S-Curve สร้างแหล่งรายได้ใหม่ระยะยาว โดยล่าสุดบริษัทได้ลงนามสัญญารับงานมูลค่า 345 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 ปีนี้ ต่อเนื่องยาว 5 ปี

นายภณภัทร เมฆาสุวรรณดำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IROYAL

ในส่วนธุรกิจ Defense Tech บริษัทพัฒนาโซลูชันด้านความมั่นคง เช่น ระบบป้องกันอากาศยานไร้คนขับ (Anti-Drone) และระบบ Drone Monitoring สำหรับตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้า โดยปัจจุบันมีงานในมือในกลุ่มนี้ราว 72 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป

โครงสร้างธุรกิจของ IROYAL แบ่งเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจพลังงาน (Power Plant Solution) ธุรกิจ Oil and Gas ธุรกิจ Energy Transition และธุรกิจ Intelligent System & Defense Tech โดยในปีนี้บริษัทมุ่งเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีมูลค่าเพิ่มสูง

สำหรับธุรกิจพลังงาน คาดว่าจะเติบโต 10–15% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 3–5% โดยรายได้หลักมาจากบริการจัดหาและบริหารซัพพลายเชนสำหรับโรงไฟฟ้า โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสัญญา Vendor Managed Inventory (VMI) ระยะยาว ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ประจำ (Recurring Income)

ด้านธุรกิจ Energy Transition บริษัทมุ่งเน้นบริการด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน เช่น การจัดการของเสียอุตสาหกรรมและการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ปัจจุบัน IROYAL มีมูลค่างานในมือ (Backlog) 611 ล้านบาท และเตรียมเข้าประมูลงานใหม่รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่ม Oil and Gas 600 ล้านบาท กลุ่ม Defense Tech 1,200 ล้านบาท กลุ่มพลังงาน 200 ล้านบาท และกลุ่มพลังงานทดแทนอีก 200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าคว้างานใหม่เข้ามาเติม Backlog ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

นางสาวประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IROYAL ระบุว่า บริษัทมุ่งเน้นตลาดเฉพาะทาง (Niche Market) ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูง ทำให้สามารถรับงานโครงการขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีนี้คาดว่าสัดส่วนรายได้จากภาครัฐและเอกชนจะอยู่ที่ 50:50 จากเดิมที่พึ่งพาภาครัฐเป็นหลัก

นางสาวประภาพรรณ ประภัทรโพธิพงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IROYAL

ในด้านฐานะการเงิน บริษัทมีความแข็งแกร่ง โดยมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) เพียง 0.1 เท่า รองรับการขยายธุรกิจในอนาคตได้

ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจของบริษัท แต่ IROYAL ได้เตรียมแผนรองรับความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน ราคาน้ำมัน ต้นทุนวัตถุดิบ และโลจิสติกส์ หากสถานการณ์ยืดเยื้อในระยะข้างหน้า