
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยกมือไหว้ขอโทษประชาชน ปมน้ำมันหมดปั๊ม (มีคลิป)
อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานยกมือไหว้ขอโทษประชาชน หลังเกิดเหตุโกลาหลน้ำมันหมดปั๊มไม่มีให้เติม เร่งสั่งโรงกลั่นห้ามหยุด
KEY
POINTS
- อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานกล่าวขอโทษประชาชนต่อเหตุการณ์น้ำมันขาดแคลนตามสถานีบริการต่างๆ
- ยืนยันว่าประเทศมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้ได้นานกว่า 100 วัน แต่ปัญหาหลักเกิดจากการขนส่งที่ไม่ทันต่อความต้องการ
- ภาครัฐกำลังเร่งแก้ไขโดยการประสานงานเพื่อขอขยายเวลาขนส่งน้ำมันไปยังปั๊มให้เร็วขึ้น และป้องกันการกักตุน
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ยกมือไหว้ขอโทษประชาชน จากเหตุโกลาหล และอุปสรรคที่เกิดขึ้นหน้า ระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์พลังงานของไทยล่าสุด ย้ำมีน้ำมันสำรองใช้ไม่น้อยกว่า 101 วัน
รวมถึงเร่งประสานโรงกลั่นน้ำมันไม่ให้หยุด พร้อมขอกระทรวงมหาดไทย-คมนาคม-ตำรวจ-กทม. ขอขยายเวลาขนส่งน้ำมัน เพื่อให้ส่งไปยังปั๊มต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น และประสานกระทรวงพาณิชย์ช่วยดูแลไม่ให้มีการกักตุน
"ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า เรายังมีสำรองเพียงพอในประเทศและอยากจะขอความกรุณาได้โปรดใช้ชีวิตประจำวันอย่างปกติ"
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึง กรณีที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ขอให้กระทรวงพลังงานยืนยันว่าเรายังมีน้ำมันใช้ เนื่องจากเห็นหน้าสถานีบริการน้ำมัน เปิด-ปิด ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ยืนยันจากข้อมูลเมื่อวานนี้ (16 มี.ค. 69) มีน้ำมันใช้ 96 วัน ดังนั้นยังมีน้ำมันสำรองอยู่
ส่วนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสถานีบริการต่าง ๆ นั้น สาเหตุใหญ่เกิดจากการขนส่งไม่ทัน และที่สำคัญสถานีบริการที่มีบริษัทแม่ดูแลอยู่ เช่น เชลล์ ปตท. ซัสโก้ บางจาก และคาลเท็กซ์ ประมาณ 10,000 สถานีบริการ ส่วนสถานีที่ไม่มีแบรนด์
รวมถึงปั๊มหลอดตามหมู่บ้านต่าง ๆ ประมาณ 23,000 แห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย รถจำนวนมากต้องแห่เข้าต้องมาใช้บริการสถานีของบริษัทแม่ดูแล ทำให้การเตรียมการไม่ทัน โดยเฉพาะระบบการขนส่งน้ำมันจากคลัง ทำให้สถานีบริการต้องปิดเป็นช่วง ๆ หรือบางสถานีบริการก็ขาดน้ำมันบางชนิด ซึ่งการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้จะมีการหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะหารือมาตรการหลังจากนี้ ว่าจะทำอะไรต่อ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อไปอีกถึงประเด็นเรื่องการตรึงราคาน้ำมันว่า จะประชุมกันในช่วงเย็นวันนี้ แต่บอกได้เลยว่าในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค. 69) จะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งเบนซินมีการขยับมาแล้วประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่น้ำมันดีเซลจะเริ่มขยับในวันพรุ่งนี้ โดยยืนยันว่าจะขยับเพียงหลักสตางค์ไม่ถึงหลักบาท โดยจะเริ่มพรุ่งนี้เช้า ซึ่งจะมีการประชุมสรุปกันในช่วงเย็นวันนี้ (17 มี.ค.) ซึ่งจะอั้นราคาไว้ไม่เกิน 33 บาท
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า ช่วงที่นายอนุทิน เข้ามา เป็นรัฐบาล 4 เดือน ราคาน้ำมันดีเซลลดลงมาเหลือ 32 บาท แต่ก่อนหน้านั้นเคยแตะขึ้นถึง 34.94 สตางค์ และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นก็ปรับลงมา จาก 35 บาท จากนี้ก็ต้องทยอยปรับขึ้นไป
ส่วนที่ 2 จะมีการปรับสูตร ซึ่งน้ำมันเบนซินเราปรับเรียบร้อยแล้ว มี E10 E20 และ E85 ซึ่งจะเห็นโครงสร้างราคาที่มีราคาแตกต่างกัน โดยการปรับสูตรผสมน้ำมันดีเซลก็จะเป็นลักษณะคล้ายกับเบนซิน ที่จะต้องมีการปรับสูตรและบวกราคาเพิ่มขึ้นไป และเมื่อเป็นโครงสร้างลักษณะแบบนี้เราก็จะต้องหาวิธี โดยเบื้องต้นเราจะส่ง B20 ให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคการเกษตร ประมาณการตอนนี้ B20 จะลดจาก B7 ประมาณ 4-5 บาท แต่เป็นการประมาณการที่ยังไม่มีข้อสรุปซึ่งจะต้องเข้าในที่ประชุมในช่วงเย็นวันนี้











