
กูรูชี้ทองคำเหวี่ยงแรง รับความไม่แน่นอน 'ทรัมป์' สวนศาลสูงขึ้นภาษี 15% ทั่วโลก
โบรกส่องทองคำรับแรงหนุนความเสี่ยงโลก เดินหน้าในโหมดผันผวนสูง จับตาแนวรับสำคัญ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนเหนือได้มีลุ้นทดสอบ 5,275–5,385 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะกลยุทธ์หลักยังคง 'รอย่อซื้อ'
KEY
POINTS
- ราคาทองคำผันผวนรุนแรงจากความไม่แน่นอน หลังทำเนียบขาวสหรัฐฯ ตอบโต้คำตัดสินของศาลฎีกาด้วยการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 15%
- ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในประเด็นนิวเคลียร์ เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อลดความเสี่ยง
- นักวิเคราะห์มองว่าราคาทองคำยังมีทิศทางเป็นบวก แนะกลยุทธ์ "รอย่อซื้อ" ท่ามกลางความผันผวนสูง โดยให้แนวรับสำคัญที่ 73,000 - 75,000 บาท
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยความเสี่ยงเชิงมหภาค หลังจากที่ศาลฎีกาสหรัฐฯมีมติ 6–3 ซึ่งวินิจฉัยการใช้อำนาจของประธานาธิบดีภายใต้กฎหมาย IEEPA ในการกำหนดอัตราภาษี ที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามข้อจำกัดทางขอบเขตอำนาจบริหาร
ดังนั้น จากการเพิกถอนในครั้งนี้ ส่งผลให้ทำเนียบขาวตอบโต้ด้วยมาตรการที่รุนแรงกว่าเดิม โดยการประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลกในอัตรา 15% ซึ่งมีผลบังคับใช้ทันที และจากการตัดสินใจดังกล่าวได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการค้าโลกอย่างรุนแรง
และกลายเป็นปัจจัยเร่งหลักที่ผลักดันให้เกิดการเข้าซื้อทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและความผันผวนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกันสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังถือเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่กดดันบรรยากาศการลงทุน โดยรายงานล่าสุดจาก Reuters ระบุว่าการเจรจานิวเคลียร์ยังคงติดหล่มในประเด็นการยกเลิกคว่ำบาตร เนื่องจากอิหร่านยังคงยืนกรานสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่ปัจจุบันมีปริมาณคลังสำรอง (HEU stockpile) สูงถึง 440 กิโลกรัม
รวมทั้งยังความเข้มข้นที่ 60% ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ดังกล่าวประกอบกับการที่สหรัฐฯ เริ่มเสริมกำลังทหารในพื้นที่ตะวันออกกลาง ทำให้เพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงในการเผชิญหน้าทางทหาร และท่ามกลางตลาดที่ตอบสนองต่อข่าวรายวันมากขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในแดนบวก
ขณะที่บรรยากาศการลงทุนตลาดกำลังเน้นติดตามข่าวใหญ่เป็นหลัก และเข้าสู่ภาวะต้องติดตามข่าวสารรายวันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากทั้งประเด็นสงครามการค้าและปมภูมิรัฐศาสตร์มีผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้ราคาทองคำจะมีโอกาสเหวี่ยงตัวรุนแรงตั้งแต่ต้นสัปดาห์
และกลยุทธ์ภาพรวมยังคงเน้น "รอย่อซื้อ" โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ระดับ 5,080 / 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยประมาณ 75,000 / 73,000 บาท (อิงอัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 26 ก.พ. 69 ที่ระดับ 31.05)
อย่างไรก็ดี อาจต้องระวังเป็นพิเศษที่ระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งไม่ควรหลุดลงมา เนื่องจากจะเปลี่ยนภาพเป็นการพักฐานเชิงลึกทันที ขณะที่ฝั่งบนยังมีโอกาสไปต่อหากมีข่าวลบด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาในทิศทางที่กดดันดอลลาร์
สำหรับกลยุทธ์ในสัปดาห์นี้ทางฝ่ายวิเคราะห์มองภาพราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางเชิงบวกและยกฐานสูงขึ้น ทำให้สัปดาห์นี้มีโอกาสเห็นการเลือกทิศทางที่ชัดเจนขึ้น และหากราคายังสามารถยืนเหนือระดับที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างมั่นคง
ส่งผลให้จะเป็นสัญญาณบวกระยะกลาง พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ราคาปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 5,275 / 5,385 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาทองไทยอยู่ที่ประมาณ 77,880 / 79,500 บาท ต่อไป
ส่วนของราคาทองคำในประเทศไทยสามารถสะสมตามโซนรับสำคัญที่ 75,200 – 74,700 บาทและสามารถพิจารณาแบ่งขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้ระดับ 78,000 - 78,500 บาท และนักลงทุนควรบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เนื่องจากตลาดยังคงมีความไวต่อข้อมูลเศรษฐกิจและข่าวกรองต่างประเทศในระดับสูง






