thansettakij
thansettakij
จับตา MSCI ปรับพอร์ตกดดันหุ้นไทยผันผวน กางกรอบ 1,460–1,500 จุด

จับตา MSCI ปรับพอร์ตกดดันหุ้นไทยผันผวน กางกรอบ 1,460–1,500 จุด

23 ก.พ. 2569 | 23:30 น.

การปรับพอร์ต MSCI รอบใหม่เริ่มใช้ราคาปิด 27 ก.พ. คาดหนุนความผันผวนรายตัว CPAXT หลุดดัชนีหลัก ส่วน CRC, IVL, JTS เข้า Small Cap นักลงทุนจับตาเม็ดเงินต่างชาติ

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้คาดว่าจะเคลื่อนไหวผันผวนในลักษณะ Sideway โดยมีปัจจัยกดดันจากการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance
  • นักวิเคราะห์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนี SET Index ไว้ที่ 1,460 - 1,500 จุด
  • การปรับพอร์ต MSCI จะใช้ราคาปิดวันที่ 27 ก.พ. โดยมีการนำหุ้น CPAXT ออกจาก MSCI Thailand และเพิ่มหุ้น CRC, IVL, JTS ในดัชนี MSCI Global Small Cap

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ (24-27 ก.พ. 69) เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway ออกข้าง

โดยนักลงทุนยังคงติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะสิ้นสุดภายในสัปดาห์นี้ ขณะเดียวกันตลาดยังจับตาการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI Rebalance ที่จะใช้ราคาปิดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ จึงคาดว่าดัชนี SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,460 - 1,500 จุด  

ทั้งนี้ บรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกิจกรรมภาคการผลิตของญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี สะท้อนอุปสงค์แข็งแกร่งทั้งในและต่างประเทศ ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก

ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ชี้ว่านักลงทุนให้น้ำหนักราว 50% ต่อการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนมิถุนายน เพิ่มความเชื่อมั่นต่อสภาพคล่องในตลาดโลก

ด้านสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเปิดตัวโครงการลงทุนชุดแรก มูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์ ตามข้อตกลงที่ญี่ปุ่นให้คำมั่นไว้ ถือเป็นแรงกระตุ้นต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก

ส่วนประเด็นในประเทศนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมหารือกับเลขาธิการอีอีซี เดินหน้าโครงการเมืองใหม่อัจฉริยะ EECiti บนพื้นที่กว่า 15,000 ไร่ ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมโครงการฮับเอ็นเตอร์เทนเมนต์ สวนสนุก สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และศูนย์แสดงสินค้า

ขณะที่ส.อ.ท. รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ระดับ 88.7 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนการฟื้นตัวของกิจกรรมการผลิตและคำสั่งซื้อช่วงตรุษจีน

ในด้านปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุน โดยหลักมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ที่มีการเปิดเผยตัวเลขขาดดุลการค้าเดือนธันวาคมพุ่งขึ้น 32.6% สู่ระดับ 7.03 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.55 หมื่นล้านดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นจากระดับ 5.30 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน สะท้อนแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก

นอกจากตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐที่สูงกว่าคาดแล้ว ล่าสุดศาลฎีกาสหรัฐมีคำพิพากษาเสียงข้างมากว่ากฎหมาย IEEPA ไม่ได้ให้อำนาจประธานาธิบดีในการประกาศภาษีศุลกากรฝ่ายเดียว ส่งผลให้มาตรการภาษีทั่วโลก (Reciprocal Tariff) ที่สหรัฐประกาศก่อนหน้านี้ถูกตัดสินว่าเกินอำนาจตามกฎหมาย

อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงประกาศเดินหน้าปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% บ่งชี้ว่ามาตรการภาษียังไม่จบ ซึ่งอาจสร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

ปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตา

 

  • วันที่ 25 ก.พ. ประชุม กนง. ครั้งที่ 1/69
  • วันที่ 27 ก.พ. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
  • สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
  • วันที่ 2 มี.ค. ส่งงบการเงินงวด 4Q68 และปี 68 วันสุดท้าย

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าจับตา

  • วันที่ 23 ก.พ. สหรัฐ รายงาน ดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนธ.ค. และม.ค. และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนธ.ค.
  • วันที่ 24 ก.พ. อียู รายงานยอดขายรถยนต์ใหม่เดือนม.ค., สหรัฐ รายงานตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนรายสัปดาห์ ราคาบ้านเดือนธ.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.
  • วันที่ 25 ก.พ. อียู รายงานอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค., สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ทางฝ่ายแนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่เข้าคำนวณใน MSCI Rebalance ที่มีการปรับน้ำหนักดัชนีรอบล่าสุด โดยมีผลตามราคาปิดวันที่ 27 กุมภาพันธ์

โดยหุ้นเข้า MSCI Thailand ไม่มี ส่วนหุ้นที่นำออกได้แก่ CPAXT ขณะที่หุ้นที่มีการนำเข้าคำนวณ MSCI Global Small Cap ได้แก่ CRC, IVL และ JTS ขณะที่หุ้นนำออกได้แก่ HANA, JMT, M และ PLANB เป็นต้น