thansettakij
thansettakij
ต่างชาติซื้อหุ้นไทยสูงสุดในรอบ 4 ปี! พุ่งเป้าหุ้นใหญ่ราคาถูก ดัน SET ใกล้ 1,500 จุด

ต่างชาติซื้อหุ้นไทยสูงสุดในรอบ 4 ปี! พุ่งเป้าหุ้นใหญ่ราคาถูก ดัน SET ใกล้ 1,500 จุด

20 ก.พ. 2569 | 04:57 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.พ. 2569 | 07:03 น.

SET เปิดต้นปี 69 พุ่ง 222.19 จุด แตะ 1,493.91 จุด วอลุ่มเฉลี่ย 5.29 หมื่นล้าน/วัน พร้อมต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิสะสม 5.6 หมื่นล้านบาท สูงสุดรอบ 4 ปี เม็ดเงินต่างชาติกลายเป็นแรงขับหลัก หนุนหุ้นใหญ่–Laggard เด่น ท่ามกลางความเชื่อมั่นการเมืองที่ฟื้นตัว

'ฐานเศรษฐกิจ' รวบรวมข้อมูลดัชนี SET Index นับตั้งแต่เปิดต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน (5 ม.ค.-19 ก.พ. 2569) หรือคิดเป็น 34 วันทำการแรกของปีนี้ ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 222.19 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 17.47% จากเปิดตลาดซื้อขายวันแรก (5 ม.ค. 2569) ที่ระดับ 1,271.72 จุด มายืนที่ระดับ 1,493.91 จุด

ขณะที่มูลค่าการซื้อขายใน 34 วันทำการแรก รวมอยู่ที่ 1,746,288.33 ล้านบาท หรือเฉลี่ยราว 52,917.83 บาทต่อวัน ในระหว่างนี้มูลค่าการซื้อขายแตะระดับสูงสุดที่ 102,112.04 ล้านบาท (เมื่อวันที่ 9 ก.พ.) และต่ำสุดที่ระดับ 32,668.65 ล้านบาท (เมื่อวันที่ 9 ม.ค.)

แต่ที่น่าสนใจคือ ข้อมูลสถิติมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาตินับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน พบว่า ยอดซื้อสะสมรวม 56,783.13 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่มีสถานะขายสุทธิ -4,259.76 ล้านบาท

โดยในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการซื้อสุทธิสูงสุดถึง 16,535.11 ล้านบาท ทั้งนี้ มูลค่าซื้อขายสูงสุดในปีนี้ตามที่กล่าวมา ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา

เป้า 1,500 จุด ใกล้แค่เอื้อม

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองต่อตลาดหุ้นไทยว่า ดัชนี SET Index ในระดับ 1,490 จุดที่หลายคนกังวลนั้น แท้จริงแล้วยังถือเป็นระดับที่ 'น้อยเกินไป' เมื่อเทียบกับพละกำลังของเม็ดเงินที่กำลังไหลเข้าสู่ตลาด

หัวใจสำคัญของความเชื่อมั่นในรอบนี้อยู่ที่ปรากฏการณ์เม็ดเงินทุนที่ไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากต่างประเทศ (Fund Flow) ซึ่งอาจเป็ฯครั้งมหาศาล นับว่าเป็นแรงซื้อที่หนักหน่วงและชัดเจนที่สุดในรอบ 15 ปีเลยทีเดียว

โดยปัจจัยหลักที่ปลดล็อกความกังวลของนักลงทุนต่างชาติ จนทำให้ตัดสินใจหวนกลับมาลงทุนในไทยอย่างเต็มตัวคือ ความชัดเจนทางการเมืองและเสถียรภาพของรัฐบาลที่ ส่งผลต่อความต่อเนื่องในการบริหารเศรษฐกิจ

ด้วยแรงส่งจากเงินทุนต่างชาตินี้เอง ทำให้คาดการณ์ว่าเป้าหมายของดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ในปี 2569 นี้ มีโอกาสสูงมากที่จะพุ่งทะยานทะลุแนวต้านจิตวิทยาที่ระดับ 1,500 จุดขึ้นไปได้อย่างมั่นคง

สำหรับกลยุทธ์ที่นักลงทุนต้องจับตามองคือ พฤติกรรมการเลือกหุ้นของต่างชาติที่มุ่งเป้าไปที่หุ้นใหญ่ราคาถูก หรือกลุ่มหุ้น Laggard ซึ่งเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap) ขนาดใหญ่ แต่ราคายังปรับตัวขึ้นมาไม่มากนักเมื่อเทียบกับทิศทางของตลาดโดยรวม

โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายหลักในการกวาดซื้อประกอบด้วย กลุ่มค้าปลีก กลุ่มสื่อสาร และกลุ่มพลังงาน ซึ่งทั้งสามกลุ่มนี้ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและแรงหนุนจาก Fund Flow

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมของตลาดหุ้นไทยจะดูสดใส แต่บรรยากาศการลงทุนในระดับโลกยังคงมีปัจจัยท้าทายที่ต้องติดตามควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของราคาทองคำที่ได้รับแรงกดดันจากนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลก, นอกจากนี้ยังมีคำเตือนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เกี่ยวกับนโยบายการคลังของประเทศมหาอำนาจอย่างญี่ปุ่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในภูมิภาค

การที่หุ้นไทยสามารถดึงดูดเงินทุนต่างชาติได้ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก จึงถือเป็นสัญญาณที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) และการปรับตัวเข้าสู่ทิศทางขาขึ้นอย่างเต็มตัวในระยะยาว

'คิวอาร์โค้ด' ตัวแปรชี้ชะตารัฐบาลใหม่

บล.เอเซีย พลัส วิเคราะห์ทิศทางตลาดทุน (Market Insight) ว่า ในช่วงนี้เป็นช่วง Global Rebalance ที่เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นแรงที่สุดในโลกถึง +8.3% ในช่วงหลังการเลือกตั้ง (9 ก.พ. – 18 ก.พ. 2569)

ตามมาด้วยเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม แรงหนุนสำคัญมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่เร่งตัวไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงหลังเลือกตั้งสูงถึง 3.7 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีขยับขึ้นไปแตะระดับมากกว่า 5.2 หมื่นล้านบาท

โดยมี 20 หุ้นที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสะสมอย่างโดดเด่น นำโดย BBL, CPALL, PTTEP, ADVANC, BH, GULF, PTT, TOP, BDMS, MINT, BANPU, KTB, ERW, COM7, IVL, CPN, LH, KTC, JMT และ GUNKUL

อย่างไรก็ดี จากนี้แนะจับตาปม 'คิวอาร์โค้ด' บนบัตรเลือกตั้ง ตัวแปรชี้ชะตารัฐบาลใหม่ ทั้งนี้ หนทางสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ยังคงมีความท้าทาย โดยมีประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดคือ การฟ้องร้องกรณีการพิมพ์ 'บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด' ลงบนบัตรเลือกตั้ง

ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 ที่ระบุให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ ซึ่งช่วงปลายเดือน ก.พ. ถึงต้น มี.ค. 2569 จะเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อคำวินิจฉัยของศาลที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุน