
ADVANC & TRUE แตกต่างทั้งมุมมองธุรกิจ-ราคา...ตัวใดน่าสนใจกว่า!
ADVANC & TRUE แตกต่างทั้งมุมมองธุรกิจ-ราคา...ตัวใดน่าสนใจกว่า! : คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย... เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
KEY
POINTS
- ADVANC มุ่งสู่การเป็น "Cognitive Tech-Co" เน้นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและบริการองค์กร ขณะที่ TRUE ใช้กลยุทธ์ "Lifestyle Entertainment" เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่
- ในมุมมองการลงทุน ADVANC ถูกมองเป็นหุ้น "Safe Haven" ที่มั่นคงและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ ส่วน TRUE เป็นหุ้น "Turnaround" ที่มีโอกาสเติบโตสูงจากการฟื้นตัวหลังควบรวมกิจการ
- นักวิเคราะห์มองว่า TRUE มี "แรงเหวี่ยง" ของราคามากกว่าจากฐานกำไรที่ต่ำ และจะได้รับประโยชน์โดยตรงหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลง ซึ่งต่างจาก ADVANC ที่มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในฐานะผู้นำตลาด
*** ในชั่วโมงที่ธุรกิจกลุ่มโทรคมนาคมไม่ได้ใช้สงครามราคาที่ดุเดือดเลือดพล่าน เพื่อแย่งชิงฐานลูกค้าเหมือนในอดีตอีกต่อไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะปัจจุบันตลาดนี้เหลือผู้เล่นหลักเพียง 2 รายใหญ่ ซึ่งประกอบไปด้วย บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC พี่ใหญ่ที่ครองตำแหน่งเบอร์หนึ่งมาอย่างยาวนาน และ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ TRUE ยักษ์ใหญ่สาย “เจ้าสัว” ที่เพิ่งผ่านการควบรวมกิจการครั้งประวัติศาสตร์กับ DTAC จนทำให้ทั้ง ADVANC และ TRUE กลายเป็นคู่ปรับที่สูสีกันในทุกมิติ
เมื่อตลาดเหลือผู้เล่นหลักเพียงสองราย เกมการแข่งขันจึงถูกบังคับให้เปลี่ยนทิศทางไปโดยปริยาย จากเดิมที่เคยสู้กันว่า “ใครจะลดราคาได้มากกว่ากัน” กลายมาเป็นโจทย์ใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิมนั่นคือ “ในอนาคตใครจะไปได้ไกลกว่ากัน”
เริ่มจากทางฝั่งของ ADVANC ซึ่งนาทีนี้การทำเกมรุกในยุค AI เริ่มฉายภาพชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้หยุดตัวเองไว้แค่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ แต่กำลังเร่งเครื่องสู่การเป็น “Cognitive Tech-Co” หรือบริษัทเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบเต็มรูปแบบ
การผนึกกำลังกับพันธมิตรเพื่อทำ Data Center ร่วมกับบริษัทแม่ระดับยักษ์ใหญ่อย่าง บมจ. กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ หรือ GULF กำลังเปลี่ยนสถานะของ ADVANC จากเพียงผู้ให้บริการสัญญาณ ไปสู่การเป็นผู้วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศในระยะยาว รวมถึงการก้าวเข้าสู่สมรภูมิ Virtual Bank เพื่อปูทางรองรับเศรษฐกิจยุคดิจิทัลอย่างจริงจัง
ล่าสุดสำนักวิเคราะห์ระดับโลกอย่าง Morgan Stanley ได้สร้างความฮือฮาด้วยการปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “Overweight” พร้อมให้ราคาเป้าหมายสูงถึง 450 บาท ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงมากในรอบหลายปี โดยให้เหตุผลสำคัญว่า ADVANC มีความได้เปรียบเชิงโครงสร้างในฐานะผู้นำตลาดที่คุมต้นทุนได้เบ็ดเสร็จ มีฐานลูกค้าคุณภาพขนาดใหญ่ และที่สำคัญที่สุดคือ มีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งมาก
ขณะเดียวกันบทวิเคราะห์จาก บล. กรุงศรี ก็มองในทิศทางที่สอดคล้องกันโดยให้ราคาเป้าหมายที่ 390 บาท พร้อมชูจุดเด่นเรื่องเงินปันผลที่สม่ำเสมอ ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวน หุ้น ADVANC จึงเปรียบเสมือน “Safe Haven” หรือหลุมหลบภัยชั้นดีสำหรับนักลงทุนที่ต้องการทั้งการเติบโตของราคาและรายได้จากปันผลที่นอนใจได้เสมอ
มาที่ทางฝั่งของ TRUE กันบ้างค่ะ สำหรับรายนี้หลังจากโชว์ผลการดำเนินงานปี 2568 ด้วยรายได้รวม 164,800 ล้านบาท แม้จะลดลงเล็กน้อย 0.7% จากปีก่อน แต่กลับมีกำไรสุทธิหลังหักภาษีอยู่ที่ 9,200 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายปันผลงวดไตรมาส 4 ปี 2568 ในอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น ทำให้เราเริ่มเห็นภาพของหุ้นที่กำลังอยู่ในช่วง “Turnaround” อย่างมีนัยสำคัญ แม้ในช่วงแรกหลังการควบรวมกิจการ หลายคนอาจจะกังวลเรื่องภาระหนี้ที่ดูสูงลิบ แต่เวลาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พลังของการ “Synergy” นั้นมีอยู่จริง
บทวิเคราะห์จาก บล. บัวหลวง ระบุว่า TRUE เริ่มเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากการควบรวมอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการลดความซ้ำซ้อนของเสาสัญญาณ การลดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดที่เคยบานปลาย และการรวมฐานลูกค้าเข้าด้วยกัน จนทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงอย่างน่าทึ่ง
เมื่อการแข่งขันในตลาดลดความรุนแรงลง รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมายหรือ ARPU ก็เริ่มขยับตัวดีขึ้น ขณะที่ บล. ทรีนีตี้ และ บล. หยวนต้า มองตรงกันว่า การควบรวมทำให้การลดต้นทุนซ้ำซ้อนเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ การกลับมาจ่ายปันผลยิ่งตอกย้ำภาพการฟื้นตัว ทำให้ TRUE เปลี่ยนบทบาทจากหุ้นที่มีขาดทุนสะสม มาเป็นหุ้นที่มีเรื่องราวของกระแสเงินสดและโอกาสปันผลในอนาคต สำหรับนักลงทุนที่มองการฟื้นตัวระยะกลางถึงยาว หุ้นตัวนี้จึงมีเสน่ห์ไม่น้อย โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดเริ่มให้ค่ากับ “กำไรจริง” มากกว่า “ความหวังลอยๆ”
หากจับเอาทั้ง ADVANC และ TRUE มาเปรียบเทียบกัน จะพบว่ากูรูหลายรายมองว่า ในวันนี้ TRUE คือหุ้นที่มี “แรงเหวี่ยง” สูงกว่า ADVANC เพราะหากกำไรเริ่มฟื้นตัวชัดเจน ราคาหุ้นย่อมมีโอกาสวิ่งไปได้ไกลกว่า เนื่องจากฐานกำไรเดิมที่เคยต่ำมาก
นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบกันในเชิงกลยุทธ์ตามมุมมองของ บล. เมย์แบงก์ จะพบว่า ADVANC จะมุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานระดับสูงและบริการสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ เพื่อเป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ในขณะที่ TRUE จะโดดเด่นในเรื่องของ Lifestyle Entertainment โดยการใช้คอนเทนต์และสิทธิพิเศษต่างๆ มาผูกใจลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานรุ่นใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ครบวงจร
ขณะเดียวกัน หากแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายเริ่มเข้าสู่ช่วงขาลง TRUE จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรง จากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงมหาศาล ซึ่งจะช่วยเร่งให้กำไรสุทธิโตก้าวกระโดดได้รวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
หากจะให้เจ๊เมาธ์สรุปแล้ว... ในวันนี้หุ้นกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC และ TRUE ไม่ได้เป็นเพียงแค่หุ้นปันผลหรือหุ้นเก็งกำไรธรรมดาอีกต่อไป แต่มันคือ ภาพสะท้อนของการปรับตัวครั้งใหญ่ของธุรกิจไทย เพื่อก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ เรื่องราวในวันนี้ไม่ใช่การที่ใคร จะมาโค่นใครให้ล้มลง แต่อยู่ที่ว่า ใครจะสามารถคว้าโอกาสจากเศรษฐกิจยุคใหม่ได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน
เอาเป็นว่า หากจะบอกว่า ADVANC เปรียบเสมือนเสาหลักที่มั่นคง ทางฝั่งของ TRUE ก็น่าจะเปรียบได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่กำลังเร่งรอบเพื่อสร้างการเติบโต
สำหรับเจ๊เมาธ์แล้วในจังหวะนี้ ไม่ว่าจะเป็น ADVANC หรือ TRUE ต่างก็ดูดีและน่าสนใจทั้งคู่ โดยราคาหุ้นล่าสุดของ ADVANC อยู่ที่ 400 บาทต่อหุ้น ในขณะที่ TRUE อยู่ที่ราคา 14.50 บาทต่อหุ้น ใครจะชอบแบบไหน... ก็ต้องดูที่ต้นทุนในมือและสไตล์ที่ใช่ของตัวเองแล้วเจ้าค่ะ





