

KEY
POINTS
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ ตลาดหุ้นกู้อสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังพบมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดไถ่ถอนรวมสูงถึงราว 1.4-1.5 แสนล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวไม่เต็มที่ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังเปราะบางจากปัญหาสภาพคล่องของผู้ประกอบการบางราย
ล่าสุด บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ออกมาย้ำความพร้อมด้านฐานะการเงินและการบริหารหนี้ โดยยืนยันว่าหุ้นกู้ของบริษัทที่ครบกำหนดชำระในปี 2569 มีวงเงินรวมประมาณ 1,600 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เตรียมเงินสดไว้รองรับการชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะหุ้นกู้กว่า 600 ล้านบาท ที่จะครบกำหนดในช่วงต้นปี ซึ่งเผยถึงความมั่นใจด้านการชำระหนี้อย่างชัดเจน
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ใหม่ประมาณ 2-3 ครั้ง เพื่อบริหารกระแสเงินสดและรองรับการดำเนินธุรกิจตามแผน แต่จะควบคุมวงเงินหุ้นกู้คงค้างไม่ให้เกิน 5,000 ล้านบาท แม้จะได้รับอนุมัติกรอบวงเงินสูงสุดไว้ถึง 7,000 ล้านบาท เพื่อรักษาวินัยทางการเงินและเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างเงินทุนในภาวะตลาดที่ยังมีความผันผวน
ในด้านโครงสร้างทางการเงิน นายกรมเชษฐ์ระบุว่า อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิ (Net D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 1.44 เท่า และมีแนวโน้มปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าลดลงสู่ระดับประมาณ 1.3 เท่าในช่วงไตรมาสถัดไป ซึ่งยังต่ำกว่าเงื่อนไขทางการเงิน (Covenant) ที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ที่ 2.5 เท่าอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับประเด็นที่ตัวเลข D/E Ratio รวมในงบการเงินรวมอยู่ในระดับกว่า 3 เท่า ผู้บริหารชี้แจงว่าเป็นผลจากการจัดทำงบการเงินรวมกับบริษัท Title ซึ่งดำเนินโครงการอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต โดยโครงการดังกล่าวมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูง และมีการรับเงินดาวน์ล่วงหน้าถึงประมาณ 75% ของมูลค่าโครงการ ตามหลักบัญชี เงินที่รับล่วงหน้าจะถูกบันทึกเป็นหนี้สินจนกว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์ แต่ในเชิงธุรกิจถือเป็นเงินสดที่บริษัทได้รับแล้ว และไม่มีภาระดอกเบี้ยเหมือนเงินกู้จากสถาบันการเงิน
"เรามีเงินสดพร้อมจ่ายหุ้นกู้ที่ครบกำหนด และหนี้ที่เห็นในงบ 7 เท่าส่วนใหญ่คือเงินดาวน์จากลูกค้า ไม่ใช่เงินกู้ที่มีดอกเบี้ย" นายกรมเชษฐ์กล่าว
ทั้งนี้ ASW มองว่าการขยายพอร์ตโครงการในจังหวัดภูเก็ตเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้ เนื่องจากสามารถใช้เงินจากลูกค้าเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการพัฒนาโครงการ ส่งผลให้ภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยลดลง และช่วยเสริมสภาพคล่องในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ในปีนี้ ASW ได้รับการประเมิน ESG Score ในระดับ AAA ปรับเพิ่มขึ้นจากระดับ AA ซึ่งไม่เพียงสะท้อนแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ แต่ยังช่วยให้บริษัทได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีขึ้นจากสถาบันการเงิน โดยบริษัทเดินหน้าโครงการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตั้งโซลาร์รูฟ การจัดการและรีไซเคิลขยะ รวมถึงการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ
อย่าไรก็ตาม นายกรมเชษฐ์ ได้เผยมุมมองว่า ภาพรวมตลาดหุ้นกู้อสังหาริมทรัพย์ยังมีความกังวลจากกรณีปัญหาสภาพคล่องของบางบริษัทในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ASW เลือกใช้กลยุทธ์เน้นความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่การบริหารหนี้อย่างรอบคอบ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้ถือหุ้นกู้ในระยะยาว