thansettakij
วิกฤตราคาทองผันผวนหนักรอบหลายทศวรรษ สมาคมทองเตือน อย่าเสี่ยงเกินตัว

วิกฤตราคาทองผันผวนหนักรอบหลายทศวรรษ สมาคมทองเตือน อย่าเสี่ยงเกินตัว

06 ก.พ. 2569 | 08:56 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.พ. 2569 | 09:52 น.

ราคาทองคำสร้างปรากฏการณ์ “รถไฟเหาะ” ผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ นายกสมาคมค้าทองคำออกโรงเตือน พบพฤติกรรมนักลงทุนรุ่นใหม่น่ากังวล แห่ใช้มาร์จิ้นสูงผ่านแอปฯ ออนไลน์ เทรด Futures ทำพอร์ตระเบิดและถูกบังคับขาย

สัปดาห์ที่ผ่านมาคือ บทเรียนราคาแพง เมื่อโลกการลงทุนปัจจุบันไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง แต่กลับ “เหวี่ยง” และ “ผันผวน” จนน่ากลัว ตลาดไม่ได้ทดสอบแค่พอร์ต แต่วัดใจนักลงทุนตลอดเวลา ดังนั้นคำเตือนที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าเสี่ยงเกินตัว” เมื่อปัญหาเริ่มเกิด ความเชื่อมั่นจะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นความตื่นกลัวที่ลุกลามไปทุกสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น เงิน ทองแดง Palladium หรือแม้แต่ Bitcoin 

สถานการณ์ทองคำก็เช่นกัน ในช่วงต้นปี 2569 นี้ ถือเป็นช่วงที่ ราคาผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยราคาเคลื่อนไหวเหมือนรถไฟเหาะ จากการพุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) แล้วร่วงลงอย่างหนักภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน 

โดยจะเห็นว่า ราคาทองคำขึ้นไปทำจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ราคาทองแท่งในไทยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดที่ 81,950 บาทต่อบาททองคำหลังจากนั้นเพียง 3 วันทำการ ราคาดิ่งลงกว่า 10,000 บาท หรือร่วงลงราว 13% ลงมาอยู่ที่ระดับ 71,000 - 74,000 บาท

ถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2523 ทำให้สมาคมค้าทองคำต้องปรับส่วนต่างซื้อ-ขายจากเดิม 100 บาท เป็น 200 บาท เพื่อรับมือกับความผันผวนที่รวดเร็ว

วิกฤตราคาทองผันผวนหนักรอบหลายทศวรรษ สมาคมทองเตือน อย่าเสี่ยงเกินตัว

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับราคาส่วนต่างซื้อ-ขายเป็น 200 บาท ก็ไม่ได้ทำให้ความผันผวนลดลง โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 69 ที่ผ่าน สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาทองคำถึง 102 ครั้ง สุทธิราคาปรับลดลง 2,400 บาทต่อบาททองคำ

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำเปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาทองคำว่า ในระยะสั้นคาดว่า ราคาทองคำจะยังคงมีความผันผวน ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า (Futures) ซึ่งปัจจุบันพบพฤติกรรมที่น่ากังวลหลายประเด็น

นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ

โดยเฉพาะการใช้เลเวอเรจ (Leverage) หรือการใช้วงเงิน Margin ในระดับสูง  เนื่องจากการซื้อขายทองคำล่วงหน้าวางเงินประกันเพียงประมาณ 7% ทำให้ความผันผวนของราคาเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนอย่างรุนแรง 

นอกจากนี้ ยังพบว่า นักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาเทรดทองคำผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้ “เงินร้อน” หรือเงินที่ไม่ได้เตรียมไว้สำหรับการลงทุนระยะยาว ทำให้มีความเสี่ยงสูงในช่วงที่ตลาดเกิดความผันผวนรุนแรงหรือมีการทุบราคาในระยะสั้น 

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การลงทุนในทองคำมีความปลอดภัยและสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แนะนำว่า นักลงทุนควรใช้ “เงินเย็น” เท่านั้น คือเงินออมที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อให้สามารถถือครองทองคำได้ แม้ราคาจะปรับลดลงในช่วงสั้น ๆ โดยไม่ต้องเร่งขายขาดทุน และสามารถรอจังหวะที่ราคากลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นตามเทรนด์ใหญ่ได้  

ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการลงทุนเกินกำลัง หรือการเล่นเกินตัว (Overtrading) โดยประเมินสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม เช่น หากมีเงินลงทุน 70,000 บาท ไม่ควรฝืนซื้อทองในปริมาณมากเกินไป ควรลงทุนเพียงบางส่วน เพื่อให้มีเงินสำรองไว้รองรับการเติมมาร์จิ้น หากราคาผันผวนผิดทาง 

สุดท้าย นักลงทุนควรเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอสำหรับรับมือกับความผันผวน และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมราคา รวมถึงกลไกของตลาดอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผู้ลงทุนมือใหม่หรือคนรุ่นใหม่ เนื่องจากแม้แนวโน้มระยะยาวของทองคำจะยังเป็นขาขึ้น แต่ความผันผวนในระยะสั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 

อีกความเสี่ยงสำคัญคือ การถูกบังคับขาย (Forced Sell) หากราคาทองคำเคลื่อนไหวผิดทางประมาณ 10% และนักลงทุนไม่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับเติมมาร์จิ้น ก็จะถูกบังคับปิดสถานะทันที ส่งผลให้ขาดทุนโดยไม่มีโอกาสแก้ไขสถานการณ์ 

ด้าน YLG Bullion International ระบุว่า ตลาดทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแบบ “Correction” หรือย่อซื้อ-ดีดขาย โดยไม่มีทิศทางชัดเจนในเชิงแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงอย่างแข็งแรง ซึ่งสะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกหลายด้านและการตีความเรื่องนโยบายการเงินของตลาดยังไม่ชัดเจน  

ทั้งนี้ ราคาทองคำโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวในช่วง ประมาณ 4,852–5,091 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวต้านสำคัญได้อย่างเด็ดขาด ขณะที่ราคาทองคำไทย (Gold 96.5%) อยู่ในกรอบ ประมาณ 75,500–75,700 บาท ในช่วงเช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569  

อย่างไรก็ตาม YLG มองว่า ราคาทองคำยังมีลักษณะดีดตัวในระหว่างวัน มากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับตัวชัดเจน โดยยังต้องจับตาระดับแนวรับสำคัญที่อาจกำหนดว่าแรงขายจะคลี่คลายหรือขยายตัวต่อไป โดยปัจจัยเศรษฐกิจที่กำลังรอผลกระทบต่อราคาทองคำคือ ข้อมูลจ้างงานของสหรัฐฯ และการประชุมนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC ซึ่งนักลงทุนยังไม่สามารถตีความแนวโน้มดอกเบี้ยล่วงหน้าได้ชัดเจน  

YLG ตั้งข้อสังเกตว่า แนวโน้มทองคำปัจจุบันยังคงเป็นการแกว่งตัวตามกลไกตลาดมากกว่าการขยับขึ้นอย่างมีแรงหนุนชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองในหลายสัปดาห์ก่อนที่ชี้ว่าตลาดทองยังไม่ผันตัวไปสู่แนวโน้มขาขึ้นเต็มรูปแบบจนกว่าจะมีปัจจัยชัดเจน เช่น สัญญาณการเปลี่ยนทิศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐฯ หรือยุโรป

 

หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,173 วันที่ 8 - 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569