

สัปดาห์ที่ผ่านมาคือ บทเรียนราคาแพง เมื่อโลกการลงทุนปัจจุบันไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง แต่กลับ “เหวี่ยง” และ “ผันผวน” จนน่ากลัว ตลาดไม่ได้ทดสอบแค่พอร์ต แต่วัดใจนักลงทุนตลอดเวลา ดังนั้นคำเตือนที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าเสี่ยงเกินตัว” เมื่อปัญหาเริ่มเกิด ความเชื่อมั่นจะพังทลายลงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นความตื่นกลัวที่ลุกลามไปทุกสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น เงิน ทองแดง Palladium หรือแม้แต่ Bitcoin
สถานการณ์ทองคำก็เช่นกัน ในช่วงต้นปี 2569 นี้ ถือเป็นช่วงที่ ราคาผันผวนรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยราคาเคลื่อนไหวเหมือนรถไฟเหาะ จากการพุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) แล้วร่วงลงอย่างหนักภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน
โดยจะเห็นว่า ราคาทองคำขึ้นไปทำจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ราคาทองแท่งในไทยพุ่งไปแตะระดับสูงสุดที่ 81,950 บาทต่อบาททองคำหลังจากนั้นเพียง 3 วันทำการ ราคาดิ่งลงกว่า 10,000 บาท หรือร่วงลงราว 13% ลงมาอยู่ที่ระดับ 71,000 - 74,000 บาท
ถือเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2523 ทำให้สมาคมค้าทองคำต้องปรับส่วนต่างซื้อ-ขายจากเดิม 100 บาท เป็น 200 บาท เพื่อรับมือกับความผันผวนที่รวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการปรับราคาส่วนต่างซื้อ-ขายเป็น 200 บาท ก็ไม่ได้ทำให้ความผันผวนลดลง โดยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 69 ที่ผ่าน สมาคมค้าทองคำประกาศปรับราคาทองคำถึง 102 ครั้ง สุทธิราคาปรับลดลง 2,400 บาทต่อบาททองคำ
นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำเปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาทองคำว่า ในระยะสั้นคาดว่า ราคาทองคำจะยังคงมีความผันผวน ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อยที่เข้ามาเก็งกำไรในตลาดล่วงหน้า (Futures) ซึ่งปัจจุบันพบพฤติกรรมที่น่ากังวลหลายประเด็น
โดยเฉพาะการใช้เลเวอเรจ (Leverage) หรือการใช้วงเงิน Margin ในระดับสูง เนื่องจากการซื้อขายทองคำล่วงหน้าวางเงินประกันเพียงประมาณ 7% ทำให้ความผันผวนของราคาเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนอย่างรุนแรง
นอกจากนี้ ยังพบว่า นักลงทุนรุ่นใหม่จำนวนมากหันมาเทรดทองคำผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่มักใช้ “เงินร้อน” หรือเงินที่ไม่ได้เตรียมไว้สำหรับการลงทุนระยะยาว ทำให้มีความเสี่ยงสูงในช่วงที่ตลาดเกิดความผันผวนรุนแรงหรือมีการทุบราคาในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การลงทุนในทองคำมีความปลอดภัยและสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาว แนะนำว่า นักลงทุนควรใช้ “เงินเย็น” เท่านั้น คือเงินออมที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ในระยะเวลาอันใกล้ เพื่อให้สามารถถือครองทองคำได้ แม้ราคาจะปรับลดลงในช่วงสั้น ๆ โดยไม่ต้องเร่งขายขาดทุน และสามารถรอจังหวะที่ราคากลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นตามเทรนด์ใหญ่ได้
ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรหลีกเลี่ยงการลงทุนเกินกำลัง หรือการเล่นเกินตัว (Overtrading) โดยประเมินสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม เช่น หากมีเงินลงทุน 70,000 บาท ไม่ควรฝืนซื้อทองในปริมาณมากเกินไป ควรลงทุนเพียงบางส่วน เพื่อให้มีเงินสำรองไว้รองรับการเติมมาร์จิ้น หากราคาผันผวนผิดทาง
สุดท้าย นักลงทุนควรเตรียมเงินสำรองให้เพียงพอสำหรับรับมือกับความผันผวน และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมราคา รวมถึงกลไกของตลาดอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะผู้ลงทุนมือใหม่หรือคนรุ่นใหม่ เนื่องจากแม้แนวโน้มระยะยาวของทองคำจะยังเป็นขาขึ้น แต่ความผันผวนในระยะสั้นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
อีกความเสี่ยงสำคัญคือ การถูกบังคับขาย (Forced Sell) หากราคาทองคำเคลื่อนไหวผิดทางประมาณ 10% และนักลงทุนไม่มีเงินสำรองเพียงพอสำหรับเติมมาร์จิ้น ก็จะถูกบังคับปิดสถานะทันที ส่งผลให้ขาดทุนโดยไม่มีโอกาสแก้ไขสถานการณ์
ด้าน YLG Bullion International ระบุว่า ตลาดทองคำยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแบบ “Correction” หรือย่อซื้อ-ดีดขาย โดยไม่มีทิศทางชัดเจนในเชิงแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงอย่างแข็งแรง ซึ่งสะท้อนแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกหลายด้านและการตีความเรื่องนโยบายการเงินของตลาดยังไม่ชัดเจน
ทั้งนี้ ราคาทองคำโลก (Gold Spot) เคลื่อนไหวในช่วง ประมาณ 4,852–5,091 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และยังไม่สามารถยืนเหนือระดับแนวต้านสำคัญได้อย่างเด็ดขาด ขณะที่ราคาทองคำไทย (Gold 96.5%) อยู่ในกรอบ ประมาณ 75,500–75,700 บาท ในช่วงเช้าวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569
อย่างไรก็ตาม YLG มองว่า ราคาทองคำยังมีลักษณะดีดตัวในระหว่างวัน มากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับตัวชัดเจน โดยยังต้องจับตาระดับแนวรับสำคัญที่อาจกำหนดว่าแรงขายจะคลี่คลายหรือขยายตัวต่อไป โดยปัจจัยเศรษฐกิจที่กำลังรอผลกระทบต่อราคาทองคำคือ ข้อมูลจ้างงานของสหรัฐฯ และการประชุมนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC ซึ่งนักลงทุนยังไม่สามารถตีความแนวโน้มดอกเบี้ยล่วงหน้าได้ชัดเจน
YLG ตั้งข้อสังเกตว่า แนวโน้มทองคำปัจจุบันยังคงเป็นการแกว่งตัวตามกลไกตลาดมากกว่าการขยับขึ้นอย่างมีแรงหนุนชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองในหลายสัปดาห์ก่อนที่ชี้ว่าตลาดทองยังไม่ผันตัวไปสู่แนวโน้มขาขึ้นเต็มรูปแบบจนกว่าจะมีปัจจัยชัดเจน เช่น สัญญาณการเปลี่ยนทิศอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐฯ หรือยุโรป
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,173 วันที่ 8 - 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569