

ภาวะตลาดหุ้นในปัจจุบัน หากพิจารณาภายใต้กรอบการวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) สามารถอธิบายได้ว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงของความพยายามกลับตัวขึ้น หลังจากปรับตัวลงต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้หุ้นรายตัวจำนวนมากเริ่มแสดงพฤติกรรมการสร้างฐานและการเปลี่ยนแนวโน้มในระดับโครงสร้าง
ภายใต้บริบทดังกล่าว คำถามสำคัญที่นักลงทุนให้ความสนใจคือ เมื่อการกลับตัวของตลาดเกิดขึ้นแล้ว หุ้นประเภทใดหรือหุ้นลักษณะใดที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าตลาดโดยรวม บทความนี้จึงมุ่งนำเสนอรูปแบบโครงสร้างราคาที่เรียกว่า “เวฟ 3 ยืดขยาย (Extended Wave 3)” ซึ่งอ้างอิงจากทฤษฎี Elliott Wave Theory อันเป็นหนึ่งในกรอบแนวคิดสำคัญของการวิเคราะห์เชิงโครงสร้างราคา
ตามทฤษฎี Elliott Wave ในภาพรวมของตลาดปัจจุบัน SET Index อยู่ในช่วงของเวฟ 1 และกำลังปรับฐานในรูปแบบเวฟ 2 การเปลี่ยนแนวโน้มจากขาลงสู่ขาขึ้นอย่างสมบูรณ์ จะเกิดขึ้นเมื่อดัชนีสามารถทะลุจุดสูงสุดของเวฟ 1 เพื่อเข้าสู่เวฟ 3 ได้อย่างชัดเจน ซึ่งโครงสร้างในลักษณะเดียวกันนี้สามารถประยุกต์ใช้กับการวิเคราะห์หุ้นรายตัวในตลาดได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เวฟ 3 ไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด หากนักลงทุนต้องการสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าเวฟ 3 โดยทั่วไป จำเป็นต้องคัดเลือกหุ้นที่มีคุณสมบัติของ “เวฟ 3 ยืดขยาย” ซึ่งเป็นเวฟที่มีแรงส่งของแนวโน้ม (Trend Momentum) สูงกว่าค่าเฉลี่ย และสามารถปรับตัวขึ้นได้ทั้งแรงและไกลกว่าเวฟ 3 ปกติ
การพิจารณาเวฟ 3 ยืดขยายในเชิงปฏิบัติ สามารถเริ่มต้นได้จากการวิเคราะห์โครงสร้างการย่อตัวของเวฟ 2 โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้ หากเวฟ 2 มีการย่อตัวลึกมากกว่า 50% ของระยะทางเวฟ 1 โครงสร้างดังกล่าวจะไม่จัดอยู่ในกลุ่มเวฟ 3 ยืดขยาย แต่จะเป็นเวฟ 3 ตามปกติทั่วไป
ในทางกลับกัน หุ้นที่มีศักยภาพในการเข้าสู่เวฟ 3 ยืดขยาย มักมีการย่อตัวของเวฟ 2 ไม่เกินประมาณ 1 ใน 3 ของเวฟ 1 หรือราว 30% เท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแรงและไม่เปิดโอกาสให้ราคาปรับฐานลึก
สำหรับโครงสร้างภายในของเวฟ 2 ที่สนับสนุนการเกิดเวฟ 3 ยืดขยาย จะอยู่ในรูปแบบการปรับฐานแบบ ABC โดยมีคุณลักษณะสำคัญคือ
จากการศึกษาหุ้นในกลุ่ม SET100 ในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีหุ้นอยู่ 2 ตัวที่แสดงโครงสร้างดังกล่าวอย่างชัดเจน คือ หุ้น TOP และหุ้น AOT ซึ่งสามารถสร้างรูปแบบ B strong และ C fail ได้ครบถ้วน เมื่อราคาสามารถทะลุกรอบบนของเวฟ 2 ขึ้นไป จะเห็นการเร่งตัวของแนวโน้มขาขึ้นที่รุนแรงกว่าหุ้นซึ่งอยู่ในเวฟ 3 ปกติอย่างมีนัยสำคัญ
ในเชิงเป้าหมายราคา (Price Projection) หุ้นที่เข้าสู่เวฟ 3 ยืดขยาย มักมีเป้าหมายเบื้องต้นที่ระดับมากกว่า 261.8% เมื่อวัดจากระยะการย่อของเวฟ 2 และในกรณีที่แนวโน้มมีความแข็งแรงเป็นพิเศษ ยังมีโอกาสขยายตัวต่อไปได้ถึงระดับ 423.6%
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอกรอบแนวคิดเชิงโครงสร้างสำหรับการคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนสูงกว่าตลาดในช่วงของการกลับตัว หากนักลงทุนสามารถเข้าใจและนำแพทเทิร์นเวฟ 3 ยืดขยายนี้ไปประยุกต์ใช้ร่วมกับปัจจัยอื่น ๆ อย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวางกลยุทธ์การลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,173 วันที่ 8 - 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569