KEY
POINTS
ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 20 มกราคม 2569 เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงิน เรื่อง เป้าหมายของนโยบายการเงิน ประจำปี 2569 มีสาระสำคัญคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ได้มีข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดเป้าหมายนโยบายการเงิน
โดยกำหนดให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 1-3% เป็นเป้าหมายของนโยบายการเงินสำหรับระยะปานกลาง โดยเป้าหมายในปี 2569 จะดูแลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะปานกลาง รวมทั้งดูแลไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืด หรืออัตราเงินเฟ้อที่ติดลบอย่างต่อเนื่องจากราคาสินค้าและบริการที่ลดลงในวงกว้าง
โดยเป้าหมายเงินเฟ้อระยะปานกลางที่ 1-3% มีความเหมาะสม เนื่องจากที่ผ่านมาเป้าหมายดังกล่าว ทำหน้าที่รักษาเสถียรภาพด้านราคาได้ดีผ่านการยึดเหนี่ยวเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลาง ในขณะที่ช่วง 1-3% มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับความผันผวนจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยด้านอุปทาน
ส่วนการบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินในระยะปานกลางนั้น การดำเนินนโยบายการเงินมุ่งดูแลเสถียรภาพด้านราคา ควบคู่ไปกับการขยายตัว ภายใต้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับศักยภาพและเสถียรภาพระบบการเงิน แบบยืดหยุ่น (Flexible Inflation Targeting: FIT)
โดยการบรรลุเป้าหมายนโยบายการเงินในระยะปานกลาง อาศัยการยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนและธุรกิจเป็นสำคัญ เพื่อให้เงินเฟ้อไม่ต่ำหรือสูงเกินไป ต่อเนื่องจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจหรือกระทบเสถียรภาพระบบการเงิน
ทั้งนี้ ในระยะข้างหน้าที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายหลายด้าน กระทรวงการคลังและธปท. จะร่วมมือในการดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงิน เพื่อดูแลให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนสอดคล้องกับศักยภาพ และเอื้อให้แนวโน้มเงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย
สำหรับการดำเนินนโยบายการเงินจะมุ่งดูแลภาวะเศรษฐกิจการเงินโดยใช้เครื่องมือแบบผสมผสาน ทั้งในการกำหนด อัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการใช้มาตรการทางการเงินในการแก้ปัญหาหนี้และสนับสนุนสินเชื่อใหม่ เพื่อเสริมการส่งผ่านของนโยบายการเงิน
ส่วนข้อตกลงในการติดตามและรายงานผลการดำเนินนโยบายการเงิน กระทรวงการคลังและธปท. จะหารือร่วมกันเป็นประจำหรือเมื่อมีเหตุจำเป็นอื่นตามที่ทั้งสองหน่วยงานจะเห็นสมควร เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงิน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การดำเนินนโยบายการคลังและนโยบายการเงินเป็นไปในทิศทางที่สอดประสานร่วมกันนำไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กนง. จะจัดทำรายงานผลการดำเนินนโยบายการเงินทุกครึ่งปี ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมา แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป และการคาดการณ์สภาวะเศรษฐกิจในอนาคต เพื่อแจ้งให้รมว.คลัง ทราบ และเผยแพร่รายงานทุกไตรมาสเป็นการทั่วไป เพื่อช่วยเพิ่มการรับรู้ของสาธารณชนถึงแนวทางการตัดสินนโยบายการเงินของ กนง. ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพของการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคต
อย่างไรก็ตามข้อตกลงในการออกจดหมายเปิดผนึกของ กนง. ถึงรมว.คลัง หากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายนโยบายการเงินนั้น กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยในปี 2569 จะอยู่ในระดับต่ำ โดย กนง. จะกำหนดนโยบายการเงินที่เอื้อให้อัตราเงินเฟ้อทยอยกลับเข้าสู่เป้าหมายระยะปานกลางในปี
อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความไม่แน่นอนสูงจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยด้านอุปทาน อาทิ แนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานโลก และการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นตามภูมิทัศน์การค้าโลกใหม่ การทวนกระแสโลกาภิวัตน์ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว
ดังนั้น กนง. จะติดตามและ ประเมินผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ต่อพลวัตเงินเฟ้อไทยในระยะต่อไปอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรมว.คลัง เมื่ออัตราเงินเฟ้อทั่วไป เฉลี่ย 12 เดือนที่ผ่านมาหรือประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 12 เดือนข้างหน้าเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายระยะปานกลาง เพื่อสื่อสารและสร้างความเชื่อมั่นในการดูแลเสถียรภาพด้านราคาให้แก่สาธารณชน
โดยจะชี้แจงถึงสาเหตุของการเคลื่อนไหวออกนอกเป้าหมายดังกล่าว แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมาและในระยะต่อไป เพื่อนำอัตราเงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่เป้าหมายในระยะเวลาที่เหมาะสม และระยะเวลาที่คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะกลับเข้าสู่เป้าหมาย
นอกจากนี้ กนง. จะมีจดหมายเปิดผนึกถึงรมว.คลังทุก 5 เดือน หากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยตามแนวทางข้างต้นยังคงอยู่นอกเป้าหมาย และจะรายงานความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาเป็นระยะตามสมควร
ส่วนข้อตกลงในการแก้ไขเป้าหมายนโยบายการเงินหากมีเหตุจำเป็นนั้น ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรหรือจำเป็น รมว.คลัง และ กนง. อาจตกลงร่วมกัน เพื่อแก้ไขเป้าหมายของนโยบายการเงินได้ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาต่อไป