KEY
POINTS
วันนี้ (7 มกราคม 2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนธันวาคม 2568 ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เท่ากับ 100.19 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งเท่ากับ 100.47 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.28% และเป็นการติดลบต่อเนื่อง 9 เดือน ในรอบ 5 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2568
โดยปัจจัยหลักมาจากการลดลงของสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิงตามสถานการณ์พลังงานในตลาดโลก รมมถึง คณะกรรมการ กบน. ในการปรับลดอัตราเงินจัดเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื่อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซล ประกอบกับราคาสินค้าในกลุ้มของใช้ส่วนบุคคลยังปรับลดลง อย่างต่อเนื่อง จากการส่งเสริมการตลาดของผู้ผลิตและผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม ราคาสินคาในกลุ่มอาหาร และเครื่องดื่ม ไมมีแอลกอฮอลปรับตัวสูงขึ้น จากการสูงขึ้นของราคาผักสด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ และอาหารสําเร็จรูป สําหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ของไทยลดลง 0.49% โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 7 จาก 132 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน สิงคโปร์ ติมอร์-เลสเต มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา อินโดนีเซีย เวียดนาม สปป.ลาว)
ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 0.59 ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่สูงขึ้นร้อยละ 0.66
ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนธันวาคม 2568 เมื่อเทียบกับเดือนพฤศจิกายน 2568 สูงขึ้น ร้อยละ 0.04 ตามการสูงขึ้นของหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 0.46% จากสินค้าสำคัญที่ปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด (พริกสด ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ชะอม ใบกะเพรา) เนื่องจากแหล่งผลิตในบางพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 คาดว่าจะยังคงลดลง อยู่ระหว่างร้อยละ (-0.5) - 0.0 (ค่ากลางร้อยละ -0.25) โดยมีปัจจัยสำคัญจากฐานราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับอุปสงค์ทางเศรษฐกิจอ่อนแอ เนื่องจากไม่มีมาตรการมากระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม สินค้าบางชนิด มีแนวโนมปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด จากผลผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งนี้ คาดว่า สถานการณ์จะดีขึ้นในระยะต่อไป
สําหรับทั้งปี 2569 คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.0 - 1.0 (ค่ากลางร้อยละ 0.5) ปรับตัวสูงขึ้น จากปี 2568 ที่ลดลงรอยละ 0.14 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาสินค้าเกษตรที่มีแนวโนมปรับตัวสูงขึ้นภายใต้นโยบาย รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร รวมถึงการพื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ปรับตังสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจัยท้าทายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำ กว่าปีก่อนหน้า การแข็งค่าของเงินบาทอย่างตอเนื่องและเร็วกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในระดับต่ำ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ และหลายมิติ รวมถึงความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติอันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อรายได้เป็นวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้ออย่างมีนัยสําคัญ