‘อนุทิน’ คุมทองคำ ลดเพดานรายงานธุรกรรมต่ำ 2 ล้าน บี้เส้นทางเงินเทา

09 ม.ค. 2569 | 06:38 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 2569 | 06:45 น.

‘อนุทิน’ นายกฯ สั่งยกระดับปราบ ‘เส้นทางเงินเทา’ เล็งลดเพดานรายงานธุรกรรมทองคำต่ำ 2 ล้าน ศึกษาเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ บังคับใช้ Travel Rule คุมคริปโตฯ

KEY

POINTS

  • รัฐบาลสั่ง ปปง. พิจารณาปรับลดเพดานการรายงานธุรกรรมทองคำของร้านค้าให้ต่ำกว่า 2 ล้านบาท เพื่อสกัดกั้นเส้นทางเงินที่ผิดกฎหมาย
  • คุมเข้มการซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยให้กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรเข้ามาควบคุมการส่งข้อมูลและศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษี
  • สั่งการให้ ก.ล.ต. เร่งนำหลักการ "Travel Rule" มาบังคับใช้กับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สามารถติดตามข้อมูลผู้ทำธุรกรรมได้อย่างชัดเจน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 1/2569 ว่า ในการประชุมวันนี้ ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดกับการตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่ม ทองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสกัดกั้นเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

คุมทอง จ่อลดเพดานรายงานธุรกรรมต่ำ 2 ล้าน ศึกษาเก็บภาษี

สำหรับหนึ่งในมาตรการเร่งด่วน คือ การมอบหมายให้ สำนักงาน ปปง. ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลธุรกรรมทองคำจริง (Physical Gold) โดยให้พิจารณายกระดับหลักเกณฑ์การรายงานธุรกรรมของร้านค้าทองคำให้เข้มข้นขึ้น โดยพิจารณาปรับลดวงเงินการรายงานธุรกรรมจากปัจจุบันที่กำหนดไว้ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป ให้ลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ขณะที่ในส่วนของทองคำออนไลน์ ที่มีการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง ได้มีการสั่งการให้กระทรวงการคลังปรับปรุงประกาศควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เพื่อกำหนดเงื่อนไขการซื้อขายให้ชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ กรมสรรพากร เข้ามามีบทบาทในการกำหนดให้ผู้ให้บริการซื้อขายทองคำออนไลน์จัดทำบัญชีพิเศษและนำส่งข้อมูลธุรกรรม รวมถึงการร่วมกับธนาคารแห่งประเทศในการ ศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการซื้อขายทองคำในอนาคต

บังคับใช้ "Travel Rule" ติดตามธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล 

ในด้านของสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ประชุมได้มอบหมายให้ สำนักงาน ก.ล.ต. เร่งพิจารณานำหลักการ "Travel Rule" มาใช้กับสินทรัพย์ดิจิทัลทุกราย มาตรการนี้จะบังคับให้มีการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลทั้งผู้โอนและผู้รับโอนระหว่างวอลเล็ต (Wallet) ต่างๆ บนแพลตฟอร์ม เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามเส้นทางเงินและตรวจสอบตัวตนของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน 

ทั้งนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการสร้างระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล (Cybersecurity) เพื่อป้องกันการถูกโจรกรรมข้อมูลในระหว่างการดำเนินงาน

ยกระดับสู่ "Data Bureau" และระบบ Risk Profiling 

เป้าหมายสูงสุดของการดำเนินการครั้งนี้ คือการเชื่อมโยงข้อมูลจากทุกหน่วยงานเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง ระบบ Data Bureau ในระยะที่ 2 ซึ่งจะช่วยให้สามารถติดตามพฤติกรรมและเส้นทางการดำเนินธุรกรรมได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ จะมีการนำระบบ Risk Profiling มาใช้เพื่อจัดกลุ่มผู้ใช้งานและกำหนดวงเงินธุรกรรมตามระดับความเสี่ยง เพื่อสร้างกลไกป้องกันอาชญากรรมทางการเงินทั้งในรูปแบบดั้งเดิม (Analog) และรูปแบบใหม่ (Digital) และเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง