ข้าราชการฮือจี้“กรรมการ ป.ป.ช.”ถูกกล่าวหารับสินบนทองคำลาออก

08 ม.ค. 2569 | 05:32 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 05:40 น.

ข้าราชการ ป.ป.ช. แถลงจุดยืนเดือด เรียกร้อง “กรรมการ ป.ป.ช”ที่ถูกกล่าวหารับสินบนทองคำลาออก ชี้มาตรฐานจริยธรรมองค์กรอิสระต้องสูงกว่าการเมือง

KEY

POINTS

  • ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนทองคำแท่ง ลาออกจากตำแหน่ง
  • ให้เหตุผลว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือและศรัทธาขององค์กรอย่างร้ายแรง และผู้ดำรงตำแหน่งต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูง
  • ชี้ว่าการลาออกเป็นการแสดงความรับผิดชอบเพื่อปกป้องเกียรติภูมิขององค์กรและรักษาศรัทธาของประชาชน โดยไม่จำเป็นต้องรอให้กระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุด

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ออกแถลงการณ์แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนต่อกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวการกล่าวหาการให้สินบนด้วยทองคำแท่ง ซึ่งมีการพาดพิงถึงกรรมการ ป.ป.ช. โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือ ศรัทธา และศักดิ์ศรีขององค์กร ป.ป.ช. ซึ่งมีหน้าที่หลักในการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตของประเทศ

แถลงการณ์ระบุว่า แม้กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ความไว้วางใจของสังคมที่มีต่อองค์กร ป.ป.ช. ได้รับผลกระทบไปแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ย้ำว่า ตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ใช่ตำแหน่งทางการเมือง และไม่อาจนำมาตรฐานแบบนักการเมืองมาใช้ โดยเฉพาะการอ้างว่า “ยังไม่ถูกตัดสิน” เพื่อยึดตำแหน่งไว้ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. ต้องยืนอยู่บนมาตรฐานจริยธรรมที่สูงกว่า ต้องปราศจากข้อเคลือบแคลง และต้องแสดงความรับผิดชอบต่อองค์กรและสาธารณชนก่อนประโยชน์ส่วนตน

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า การคงอยู่ในตำแหน่งท่ามกลางข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง ย่อมบั่นทอนความเป็นอิสระของกระบวนการตรวจสอบ และทำลายศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ ผู้ที่ถูกกล่าวหายังเป็นอดีตผู้พิพากษา ซึ่งเคยดำรงสถานะเป็นตุลาการ อันเป็นเสาหลักของความยุติธรรมในสังคม ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ระบุว่า เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของตุลาการ มิใช่สิ่งที่จะรักษาไว้ได้ด้วยการยึดตำแหน่ง แต่ต้องรักษาด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรม การตัดสินใจถอยออกจากตำแหน่งเพื่อปกป้องศรัทธาของสาธารณชน คือการรักษาศักดิ์ศรีของความเป็นผู้พิพากษาอย่างแท้จริง มากกว่าการรอให้กระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดลง

แถลงการณ์ยังสะท้อนความกังวลว่า ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไม่ต้องการเห็นองค์กรต้องเดินซ้ำรอยบาดแผลในอดีต จากคดีที่ถูกตั้งคำถามเรื่องการก้าวก่าย แทรกแซง และการใช้ดุลพินิจที่ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย ซึ่งยังคงเป็นรอยด่างบนภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช. มาจนถึงปัจจุบัน อาทิ กรณีคดีนาฬิกาหรู

ด้วยเหตุนี้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. จึงขอเรียกร้องอย่างตรงไปตรงมาว่า กรรมการ ป.ป.ช. ที่ตกอยู่ภายใต้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ควรลาออกจากตำแหน่งโดยสมัครใจ เพื่อปกป้ององค์กร รักษาศรัทธาของประชาชน และยืนยันว่า ป.ป.ช. ยังคงยึดมั่นในความถูกต้อง แตกต่างจากการเมือง และยังเคารพศักดิ์ศรีของตุลาการอย่างแท้จริง

ท้ายแถลงการณ์ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ยืนยันเจตนารมณ์ว่า จะยืนหยัดในหลักความซื่อสัตย์สุจริตต่อไป ภายใต้คำขวัญ

“ซื่อสัตย์ เป็นธรรม มืออาชีพ โปร่งใส ตรวจสอบได้”

                           ข้าราชการฮือจี้“กรรมการ ป.ป.ช.”ถูกกล่าวหารับสินบนทองคำลาออก

ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วันที่ 7 ม.ค. ยังไม่ได้มีการหารือถึงคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบคดี พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กรณีกล่าวหาว่า ติดสินบนทองคำ หนัก 246 บาท แก่ นายเอกวิทย์ วัชชวัลคุ กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อช่วยเหลือคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ ถูกกล่าวหารับผลประโยชน์คดีพนันออนไลน์ ไว้พิจารณา หรือจะส่งสำนวนกลับไปให้ ตร.หรือไม่

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช.กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ ยังไม่ได้มีการบรรจุวาระนี้เข้าที่ประชุมเลย เนื่องจากเห็นว่า ยังมีข้อเท็จจริงที่ต้องไปตรวจสอบอย่างละเอียดรอบคอบก่อน 

นายสุรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นเพราะความกดดัน เพราะตนและกรรมการ ป.ป.ช. ทำเรื่องลักษณะนี้มานาน ผ่านกันมาเยอะ แต่เราดูหน้างานเห็นว่ามีลักษณะที่ต่างจากทั่วไป

เหตุแห่งคดีมีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย อย่างน้อยก็3 ฝ่าย จึงต้องดูข้อกฎหมายเยอะ อย่างไรก็ตาม คาดว่าสัปดาห์หน้าน่าจะมีความคืบหน้าเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานน่า คดีคลิปทอง  ทางตำรวจไม่ควรส่งคดี ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณา เพราะอาจทำให้การสอบสวนไม่ชอบ (ทีมตำรวจอาจมีความผิด) หลังมีข่าวว่าทางตำรวจได้ส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไปแล้ว 

โดยกรณีนี้ หากทางคณะกรรมการ ป.ป.ช จะส่งสำนวนคืนให้กับตำรวจ น่าจะไม่ถูกต้อง ทางที่ถูกต้องคือ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องส่งเรื่องให้ ประธานวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ พ.ร.ป. ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 หมวด 4 ว่าด้วยการดําเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช. มาตรา 49 ที่ระบุว่า

ในกรณีที่มีการกล่าวหาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ว่ากรรมการ ป.ป.ช. ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวย ผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อํานาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทําตามที่ถูกกล่าวหาและเสนอเรื่องมายังประธานศาลฎีกา ให้ประธานศาลฎีกาพิจารณาตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระตามมาตรา 50 เพื่อดําเนินการไต่สวนหาข้อเท็จจริงและทําความเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าว