ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปรับตัวขึ้นเป็นระดับสูงสุดในรอบหนึ่งสัปดาห์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven) ที่เพิ่มขึ้นหลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและเวเนซุเอลาทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากสหรัฐฯได้เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโคลัสมาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
ราคาทองคำพุ่งขึ้นประมาณ 2.7% อยู่ที่ราว 4,444–4,448 ดอลลาร์/ออนซ์ ในช่วงการซื้อขายล่าสุดของตลาดโลกในวันจันทร์ (5 ม.ค. 2569) สูงกว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ราคาทองคำในประเทศเปิดตลาดเช้าวันใหม่หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ปรับขึ้นแรงทันทีกว่า 550–650 บาท/บาททองคำ โดยทองแท่งรับซื้อแตะระดับ 65,400–65,500 บาท และทองรูปพรรณขยับขึ้นตามตลาดโลก
นายวรุต รุ่งขำ ผู้อำนวยการนักวิเคราะห์ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จํากัด (YLG)กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำว่า ปีนี้ราคาทองคำยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน และยังมีโอกาสที่จะเห็นราคาสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์” (All-Time High)
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังยืนเป้าหมายราคาทองคำปีนี้ที่คาดว่าต้นปีจะอยู่ที่ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และคาดการณ์เป้าหมายราคาปลายปีไว้ที่ประมาณ 4,900 ถึง 5,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์ ขณะที่คาคาทองคำในประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 72,000 ต่อบาททองคำ
ทั้งนี้เหตุการณ์ระหว่างสหรัฐฯกับเวเนซุเอลามองว่า ยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังเป็นเหตุการณ์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น และความรุนแรงอาจกินระยะเวลาไปอีก
แต่สิ่งที่กังวลคือ เหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้าหรือที่เรียกว่า Black Swan คือมีประเทศอื่นที่จะเข้ามาผสมโรงมากขึ้นอย่าง จีน หรือ รัสเซีย จนมีผลกระทบในวงกว้างและรวดเร็ว เช่น การละเมิดอำนาจอธิปไตย การปิดน่านน้ำ หรือความขัดแย้งระหว่างขั้วอำนาจ เช่น สหรัฐฯ จีน และรัสเซีย
“หากความขัดแย้งขยายในวงกว้าง จะสามารถทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมีการปรับราคาขึ้นอย่างรุนแรง ขณะเดียวกัน หากเกิด พฤติกรรมเลียนแบบ จากขั้วอำนาจใหม่ เช่น จีนหรือรัสเซีย การดำเนินการตามแบบสหรัฐฯ หรือสถานการณ์ในเวเนซุเอลา อาจทำให้เกิดความผันผวนในราคาทองคำอย่างมหาศาล”
นายวรุตกล่าวว่า สัญญาณที่มาจากภูมิรัฐศาสตร์ มักเป็นสัญญาณที่จับต้องได้และชัดเจนมากกว่าปัจจัยทางเศรษฐกิจทั่วไป เช่น การเคลื่อนย้ายกองเรือรบ การปิดน่านน้ำ หรือการยึดเรือขนส่งสินค้า ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดทันที ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นอย่างรวดเร็วและมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูการแต่งตั้งประธานธนาคารกลางคนใหม่(เฟด) ซึ่งต้องรอให้ผ่านครึ่งปีแรก เพื่อดูทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่จะมีผลต่อทิศทางราคาทองคำในช่วงนั้น แต่อาจยังไม่เคลื่อนไหวแรงเท่ากับเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน
นายวรุตกล่าวถึงกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)และกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าเงินบาทว่า หากมีการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ สำหรับการขายทองคำออนไลน์ อาจส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง
ตัวอย่างเช่น หากภาษีรวมทั้งขาไปและขากลับสูงถึง 14% นักลงทุนอาจเลือกที่จะซื้อขายทองกับต่างประเทศผ่านบัญชี FCD (Foreign Currency Deposit) แทน ทำให้ตลาดทองคำไทยเผชิญกับการแข่งขันจากต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ผู้ค้าขายทองคำเองมีการซื้อขายทองคำล่วงหน้าออกไปทันทีที่ลูกค้าซื้อขายทองเข้ามา โดยใช้วิธีการ Hedging ในตลาดต่างประเทศทันที เพื่อป้องกันความเสี่ยงและแบกรับความผันผวนในตลาดเอง
ขณะเดียวกัน การซื้อขายเงินตราต่างประเทศของผู้ค้าทองคำ ก็ไม่ได้เป็นการซื้อในจำนว น มากๆ แต่ทยอยซื้อขาย เพราะมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเหมือนกับรายอื่นที่ซื้อขายเงินตราเช่นกัน หากค่าเงินผันผวนมาก
สำหรับการซื้อขายทองคำออนไลน์ในปัจจุบัน จะมีทั้งการซื้อทองคำแท่งที่ส่งมอบจริง (T+2) และการออมทอง ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมเน้นการเก็งกำไรส่วนต่างราคา โดยไม่รับทองจริง เรียกว่า ฝากทองเพื่อที่จะเป็นหลักทรัพย์ในการซื้อขายทองในข้างหน้าได้ แต่ก็ทำได้ในมูลค่าทองที่ฝากไว้เท่านั้น
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,164 วันที่ 8 - 10 มกราคม พ.ศ. 2569