การท่องเที่ยวยังคงเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ การชำระเงินดิจิทัล กลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับประสบการณ์นักเดินทาง
ล่าสุด วีซ่า ประเทศไทย ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยรายงาน “เจาะลึกพฤติกรรมการชำระเงินของนักท่องเที่ยวด้วยข้อมูล” สะท้อนแนวโน้มการใช้จ่ายและรูปแบบการชำระเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
รายงานระบุว่า ปี 2567 การท่องเที่ยวระหว่างประเทศสร้างมูลค่าราว 9% ของ GDP ไทย คิดเป็นรายได้กว่า 1.7 ล้านล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวเกือบครึ่งมาจาก 5 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย
ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในหมวด ที่พัก (35%) และ อาหารและเครื่องดื่ม (23%) ตอกย้ำบทบาทสำคัญของภาคการท่องเที่ยวต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
แม้เงินสดยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็น 78% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมด แต่การชำระเงินผ่านบัตรและดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว
ในปี 2567 การใช้จ่ายผ่านบัตรของนักท่องเที่ยวต่างชาติทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 327,000 ล้านบาท หรือ 20% ของธุรกรรมทั้งหมด มีจำนวนธุรกรรมกว่า 100 ล้านครั้ง สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภูเก็ต
ขณะที่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ นักท่องเที่ยวเริ่มใช้บัตรเครดิตหรือระบบดิจิทัลกับรายการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่มีมูลค่าต่ำ (ไม่ถึง 500 บาท) หรือ Small-ticket มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ว่า ยังมีช่องว่างสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวกว่า 81% กังวลเรื่องการชำระเงินก่อนเดินทาง และ 58% พบปัญหาระหว่างท่องเที่ยว เนื่องจากร้านค้าขนาดเล็กและ SME ยังรับชำระเงินดิจิทัลอย่างจำกัด ทำให้นักท่องเที่ยวต้องถอนเงินสดในปริมาณสูง
ส่วนการชำระเงินผ่าน Cross-border QR เริ่มได้รับความสนใจ แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและจำกัดอยู่ในกลุ่มประเทศคู่ค้า 8 ประเทศ แต่มีมูลค่าธุรกรรมรวมในปี 2024 ถึง 2,489 ล้านบาท ขณะที่ E-money มีมูลค่าถึง 3.4 หมื่นล้านบาท แต่อาจจะยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก
ธปท.และวีซ่าเห็นพ้องว่า การเร่งขยายจุดรับชำระเงินดิจิทัล การผลักดัน QR Code ข้ามพรมแดน และการสนับสนุน SME ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล คือหัวใจสำคัญในการสร้าง ecosystem การชำระเงินที่ครอบคลุม ปลอดภัย และพร้อมสำหรับอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยคงความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน