วีซ่าเปิดพฤติกรรมจ่ายเงินนักท่องเที่ยว ดิจิทัลเพย์เมนต์หนุนโตยั่งยืน

03 ม.ค. 2569 | 04:53 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ม.ค. 2569 | 04:56 น.

ธปท.–วีซ่า เผยการท่องเที่ยวสร้างรายได้กว่า 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 9% ของ GDP ไทย ขณะที่การชำระเงินผ่านบัตรของนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งแตะ 3.27 แสนล้านบาทในปีเดียว สะท้อนการเปลี่ยนพฤติกรรมจากเงินสดสู่ดิจิทัล

การท่องเที่ยวยังคงเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทย ขณะที่ การชำระเงินดิจิทัล กลายเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับประสบการณ์นักเดินทาง

ล่าสุด วีซ่า ประเทศไทย ร่วมกับ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยรายงาน “เจาะลึกพฤติกรรมการชำระเงินของนักท่องเที่ยวด้วยข้อมูล” สะท้อนแนวโน้มการใช้จ่ายและรูปแบบการชำระเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่กำลังเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

รายงานระบุว่า ปี 2567 การท่องเที่ยวระหว่างประเทศสร้างมูลค่าราว 9% ของ GDP ไทย คิดเป็นรายได้กว่า 1.7 ล้านล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวเกือบครึ่งมาจาก 5 ตลาดหลัก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ และรัสเซีย

วีซ่าเปิดพฤติกรรมจ่ายเงินนักท่องเที่ยว ดิจิทัลเพย์เมนต์หนุนโตยั่งยืน

ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่อยู่ในหมวด ที่พัก (35%) และ อาหารและเครื่องดื่ม (23%) ตอกย้ำบทบาทสำคัญของภาคการท่องเที่ยวต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

แม้เงินสดยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็น 78% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมด แต่การชำระเงินผ่านบัตรและดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว

ในปี 2567 การใช้จ่ายผ่านบัตรของนักท่องเที่ยวต่างชาติทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 327,000 ล้านบาท หรือ 20% ของธุรกรรมทั้งหมด มีจำนวนธุรกรรมกว่า 100 ล้านครั้ง สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และภูเก็ต

ขณะที่พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือ นักท่องเที่ยวเริ่มใช้บัตรเครดิตหรือระบบดิจิทัลกับรายการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่มีมูลค่าต่ำ (ไม่ถึง 500 บาท) หรือ Small-ticket มากขึ้น

  • นักท่องเที่ยวมาเลเซีย: เกือบ 90% ของธุรกรรมมีมูลค่าต่ำกว่า 5,000 บาท และประมาณ 34% เป็นยอดที่ต่ำกว่า 500 บาท ซึ่งมักใช้ในร้านอาหารและร้านสะดวกซื้อ
  • นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้: มีความคุ้นเคยกับการใช้บัตรในชีวิตประจำวันสูงมาก โดยธุรกรรมกว่า 37% มีมูลค่าต่ำกว่า 500 บาท เช่น การซื้อของชำ
  • นักท่องเที่ยวอินเดีย: ประมาณ 36% ของการใช้จ่ายผ่านบัตรเป็นยอดไม่ถึง 500 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม รายงานชี้ว่า ยังมีช่องว่างสำคัญ โดยนักท่องเที่ยวกว่า 81% กังวลเรื่องการชำระเงินก่อนเดินทาง และ 58% พบปัญหาระหว่างท่องเที่ยว เนื่องจากร้านค้าขนาดเล็กและ SME ยังรับชำระเงินดิจิทัลอย่างจำกัด ทำให้นักท่องเที่ยวต้องถอนเงินสดในปริมาณสูง

ส่วนการชำระเงินผ่าน Cross-border QR เริ่มได้รับความสนใจ แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและจำกัดอยู่ในกลุ่มประเทศคู่ค้า 8 ประเทศ แต่มีมูลค่าธุรกรรมรวมในปี 2024 ถึง 2,489 ล้านบาท ขณะที่ E-money มีมูลค่าถึง 3.4 หมื่นล้านบาท แต่อาจจะยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนเป็นหลัก

ธปท.และวีซ่าเห็นพ้องว่า การเร่งขยายจุดรับชำระเงินดิจิทัล การผลักดัน QR Code ข้ามพรมแดน และการสนับสนุน SME ให้เข้าสู่ระบบดิจิทัล คือหัวใจสำคัญในการสร้าง ecosystem การชำระเงินที่ครอบคลุม ปลอดภัย และพร้อมสำหรับอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยคงความเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืน