การท่องเที่ยวของไทยในปี 2568 ต้องเผชิญกับสารพัดปัจจัยรุมเร้ามากมาย ตั้งแต่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามตะวันออกกลาง ภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีน ปัญหาสแกมเมอร์ กระทบต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักด้านการท่องเที่ยวของไทย
รวมถึงแผ่นดินไหว ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ภัยธรรมชาติ และล่าสุดน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่ ส่งผลให้การท่องเที่ยวของไทยในปีนี้โตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งยังลดลงหากเทียบกับปีที่ผ่านมาอีกด้วย
จากผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้สถานการณ์ท่องเที่ยว ในปี 2568 มีต่างชาติเที่ยวไทย 32.98 ล้านคน ลดลง 7 % จากปีที่ผ่านมาซึ่งอยู่ที่ 35.54 ล้านคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวราว 1.53 ล้านล้านบาท ลดลง 4.71 % จากปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 1.61 ล้านล้านบาท ทั้งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่ก่อนหน้านี้ททท.ได้วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ที่จะมีต่างชาติเที่ยวไทย 39 ล้านคน สร้างรายได้ 2.23 ล้านล้านบาท
สวนทางกับตลาดในประเทศ (ไทยเที่ยวไทย) ททท.คาดว่าตลอดปี 2568 คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ 202.37 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.70 % สร้างรายได้ 1,166,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.69 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีวันหยุดยาว และมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้ง เที่ยวดีมีคืน เที่ยวไทยคนละครึ่ง เป็นต้น
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใช้เวลากว่า 4 ปีในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ นับจากศาลล้มละลายกลางเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการในปี 2564 บริษัทพลิกจากขาดทุนมาทำกำไร โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 การบินไทย มีกำไรสุทธิรวม 26,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.4% จากปีก่อน และมี EBITDA 43,295 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.0% การเติบโตของรายได้รวม 3.7%
รวมถึงในปี 2568 มีการปรับโครงสร้างทุน ผ่านกระบวนการการแปลงหนี้และดอกเบี้ยตั้งพักของเจ้าหนี้เป็นทุน และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม และพนักงาน ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นกลับมาเป็นบวก จากเดิมที่ติดลบเป็นจำนวน 127,235 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563
จนเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 การบินไทยก็ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการได้สำเร็จ และสามารถนำบริษัทกลับเข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ฯได้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ในวันแรกของการซื้อขายหุ้น THAI ทันทีที่เปิดตลาดอยู่ที่ 10.50 บาทต่อหุ้น จากนั้นปรับเพิ่มมาเป็น 10.80 บาทต่อหุ้น 10.90 บาทต่อหุ้น และทะลุ 11 บาทต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 134.4 %จากราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 4.48 บาทต่อหุ้น และ
ล่าสุด ณ วันที่ 18 ธ.ค. 2568 ราคาหุ้นอยู่ที่ 8.70 บาท ซึ่งก็ยังสูงกว่าปี 2564 ที่ราคาหุ้นอยู่ที่ 3.32 บาท และปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ หรือ Market Cap อยู่ที่ 246,238 ล้านบาท
ในปี 2568 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. ได้จัดทำแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากบอร์ดทอท.แล้ว เหลือรอเสนอครม.ใหม่พิจารณา โดยมีแผนจะเดินหน้าโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ หรือ South Terminal ที่จะรองรับผู้โดยสารได้ 30 ล้านคนต่อปี รวมถึงรันเวย์ 4 โรงไฟฟ้า ถนนเส้นใหม่ วงเงินลงทุน 2.2 แสนล้านบาท ที่จะทยอยลงทุนเป็น 3 เฟส คาดว่าจะเปิดใช้อาคารเซ้าท์เทอร์มินัล ส่วนแรกได้ในปี 2575 หรือ ปี 2576
ทั้งในแผนแม่บทยังจะมีพื้นที่จะพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) คลังสินค้า (Cargo) และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบิน อาทิ ศูนย์ฝึกอบรม เป็นต้น เพื่อหนุนให้ไทยเป็น Aviation Hub
ซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ทั้งๆที่รู้ล่วงหน้ามากว่า 2 ปี แต่กลับเต็มไปด้วยความฉุกละหุก จากปัญหาการจัดสรรงบประมาณกว่า 2 พันล้านบาทที่ล่าช้า ทั้งๆที่จริงๆควรจะอนุมัติงบปีงบประมาณ 2568 แต่ปรากฏว่ากลับต้องมาใช้งบประมาณ ปี 2569 ที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 และการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ทำให้การจัดเต็มไปด้วยปัญหา
โดยเฉพาะพิธีเปิดซีเกมส์ 2025 ก็มีข้อผิดพลาดมากมายจนเกิดดราม่าสนั่นโซเซียล ซึ่งก็ไม่แปลกเพราะใช้เวลาจัดหาบริษัทออร์แกนไนเซอร์แค่ 2 วัน วันที่ 2 ธ.ค.68 เปิดให้ยื่นซอง วันที่ 3 ธ.ค. ก็ได้ บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) เข้ามาเป็นผู้จัดพิธีเปิด-ปิดซีเกมส์ ภายใต้งบ 142 ล้านบาท
แต่หากตัดเรื่องดราม่าออกไป การเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ก็ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.78 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 1.42 หมื่นคน
ในปี 2568 มี 3 ภาพยนตร์/ซีรีส์ดังระดับโลกออกฉาย ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ ไม่เพียงทำรายเข้าไทย และเกิดการจ้างงาน แต่หลังจากออกฉาย ส่งผลให้เกิดการท่องเที่ยวตามรอยหนังอย่างต่อเนื่องและกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างมีนัยสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็น “The White Lotus Season 3” ที่มี “ลิซ่า” มาร่วมแสดง ที่หลังออกฉาย โดยเฉพาะเกาะสมุย ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก ยอดจองโรงแรมเพิ่มขึ้น 44%
รวมถึงการออกฉายของภาพยนตร์ “Jurassic World: Rebirth” ที่มาถ่ายทำที่ กระบี่ พังงา และตรัง และซีรีส์ฟอร์มยักษ์ “AlienEarth” ถ่ายทำใน 7 จังหวัดทั่วไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ พังงา กระบี่ นครปฐม สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรปราการ