นักท่องเที่ยวพุ่งเมืองภูเก็ตรับไม่ไหว จี้เร่งแก้ปัญหาวิกฤตโครงสร้างพื้นฐาน

02 ม.ค. 2569 | 05:12 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ม.ค. 2569 | 05:12 น.

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ชี้นักท่องเที่ยวพุ่ง เมืองภูเก็ตรับไม่ไหว จี้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาวิกฤตโครงสร้างพื้นฐานต่างๆในภูเก็ต หลังพูดถึงกันมานาน แต่ไม่ได้ดำเนินการสักที

แม้การท่องเที่ยวและเมืองภูเก็ตจะขยายตัวต่อเนื่อง แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหา คือ โครงสร้างพื้นฐานที่ยังไม่สามารถรองรับการขยายตัวของเมืองและการท่องเที่ยวได้ ทางสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต จึงต้องการชี้ให้ภาครัฐเร่งแก้ปัญหาวิกฤตโครงสร้างพื้นฐานต่างๆในภูเก็ต เนื่องจากมีการพูดถึงกันมานาน แต่ไม่ได้ดำเนินการสักที

นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า อย่างไรก็ตามแม้ภูเก็ตจะมีการเติบโตของการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ปัญหาของภูเก็ต คือ Carrying Capacity หรือ ขีดความสามารถในการรองรับของเกาะยังเป็นปัญหาใหญ่ 

ภูเก็ตถูกออกแบบมา เพื่อรองรับประชากรเพียงประมาณ 400,000 คน แต่มีคนเข้ามาช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอีก 400,000 กว่าคน มีแรงงานต่างด้าวที่ลงทะเบียนอีก 130,000 คน และนักท่องเที่ยวในช่วงพีคอาจสูงถึงเกือบ 1 ล้านคน ซึ่งเกินการรองรับของเกาะภูเก็ต โดยเราเห็นปัญหานี้มาตั้งแต่ตอนทำภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์แล้ว  

ธเนศ ตันติพิริยะกิจ

ดังนั้นภูเก็ตเน้นกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพเข้ามาเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นว่านักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตในปัจจุบันมีการพักอาศัยนานขึ้นและมีการใช้จ่ายที่ดีขึ้น

การใช้จ่ายต่อหัวโดยรวมของทุกตลาดในภูเก็ตตอนนี้ประมาณ 50,000 บาทบวกๆ ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19  เพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตของการท่องเที่ยวภูเก็ต จะไม่ทำลายคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น

รวมถึงเสนอให้โปรโมทการท่องเที่ยวแบบ การจับคู่เมือง (เป็นแพ็คเกจ) โดยใช้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางแล้วขายควบคู่ไปกับเมืองรอง เช่น พังงาและระนอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางง่ายขึ้น

การท่องเที่ยวภูเก็ต
 
รัฐบาลต้องจริงจังกับการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานเร่งด่วน เพราะแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคของภูเก็ต จริงๆมีอยู่นานหลายสิบปีแล้ว แต่ปัญหา คือ การดำเนินโครงการที่ยังไม่คืบหน้า  ไม่ว่าจะเป็น โครงการ “อุโมงค์กะทู้ป่าตอง” ซึ่งก่อนหน้านี้พอจะเดินหน้า แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงรัฐบาล  ก็ทำให้โครงการล่าช้า 

อุโมงค์กะทู้ป่าตอง

หรือแม้แต่โครงการแผนน้ำ ที่มีแผนจะนำน้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลานมาใช้ ซึ่งเป็นแผน 20-30 ปีแล้ว และเส้นทางที่น้ำผ่านก็จะได้ประโยชน์ เดิมโครงการใช้งบหลักพันล้านบาท แต่ปัจจุบันถ้าจะลงทุนต้องใช้งบหลายหมื่นล้านบาทแล้ว