thansettakij
thansettakij
"PACO" เคาะราคาไอพีโอ 1.40 บาท

"PACO" เคาะราคาไอพีโอ 1.40 บาท

10 มี.ค. 64 | 10:27 น.

"PACO" เคาะราคาเสนอขาย IPO หุ้นละ 1.40 บาท ดีเดย์เปิดจอง 10-12 มี.ค. ชูจุดเด่น ผู้นำชิ้นส่วนอะไหล่แอร์รถยนต์ ระดับอินเตอร์ คาดเข้าเทรด 22 มีนาคมนี้

นายสมชาย เลิศขจรกิตติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพรสซิเด้นท์ ออโตโมบิล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PACO เปิดเผยว่า บริษัทฯได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย หุ้นเพิ่มทุนที่จะเสนอขายให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 260 ล้านหุ้น โดยกำหนดราคาเสนอขายที่ราคา 1.40 บาท/หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท) หรือคิดเป็น 26% ของทุนจดทะเบียนหลังไอพีโอ คิดเป็นมูลค่าการระดมทุน 364 ล้านบาท

 

พิธีแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายหุ้นไอพีโอ PACO

 

บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์หลักจะนำเงินจากการเพิ่มทุน เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการต่างๆ การลงทุนในโครงการอนาคต โครงการก่อสร้างคลังสินค้าและย้ายจุดกระจายสินค้าในประเทศ และจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อเป็นศูนย์กระจายสินค้าและขยายตลาดในประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างการเติบโตให้บริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่าง ๆ ตามกฎหมาย

 

นายวรนันท์ ถาวรนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า คาดว่า หุ้นไอพีโอของ PACO จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างสูง เนื่องจาก PACO เป็นผู้นำในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอะไหล่แอร์รถยนต์ในตลาดชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทน (REM  หรือ  Aftermarket) ระดับนานาชาติ ที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดอะไหล่รถยนต์ทั่วโลก และ PACO มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิระดับสูง

 

ปี 2563 PACO มีกำไรสุทธิเท่ากับ76.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.19 ล้านบาท คิดเป็น 150.63% เมื่อเทียบกับปี 2562 เนื่องจาก PACO ได้นำเครื่องจักรอัตโนมัติเข้ามาติดตั้งและดำเนินการได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิดการปรับกระบวนการทำงานในการผลิตเพื่อควบคุมการใช้แรงงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้สามารถลดต้นทุนค่าแรงและค่าล่วงเวลาได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

นอกจากนั้น หุ้นไอพีโอของ PACO ที่ 1.40 บาท ต่อหุ้น เป็นราคาที่เหมาะสม เมื่อเปรียบเทียบกับ PE ของหุ้นในกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ของไทย โดยกลุ่มนักวิเคราะห์ คาดว่าปีนี้ เศรษฐกิจทั่วโลก และ เศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัว เป็นผลดีต่อบริษัทฯ ที่มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างมั่นคง และ มีจุดแข็งด้านการผลิต ด้วยเทคโนโลยีระดับสูง มีผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง รองรับรถยนต์และรถบรรทุกทุกประเภท โดยการระดมทุนครั้งนี้ นอกจากเพื่อคืนหนี้สถาบันการเงินแล้ว ยังเป็นการเพิ่มสภาพคล่องในการขยายกิจการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ บริษัทฯ จะเปิดให้นักลงทุนทั่วไปจองซื้อได้ในระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม 2564 ผ่านกลุ่มบริษัทผู้จัดจำหน่าย ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน)  บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด และมีกำหนดการจะเริ่มเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 22 มีนาคม 2564 นี้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง: