thansettakij
thansettakij
“คนละครึ่ง” เฟสแรกรับสิทธิ์เฟสสองต่อต้นปี 64

“คนละครึ่ง” เฟสแรกรับสิทธิ์เฟสสองต่อต้นปี 64

13 พ.ย. 63 | 10:31 น.
อัปเดตล่าสุด :15 พ.ย. 63 | 09:16 น.

“คนละครึ่ง” เฟสแรกรับสิทธิ์เฟสสองต่อต้นปี 2564   นักวิชาการหนุนรัฐขยายโครงการต่อ มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจไทยกลับมาเป็นบวกได้ไตรมาส 2/2564

 

13 พ.ย. 2563 หลังจากที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาขยายโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 หรือเฟส 2 ในช่วงต้นปี 2564 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน หลังจากที่มาตรการระยะแรก (เฟสแรก) ได้รับการตอบรับจากประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิครบ 10 ล้านคนและจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2563   ทั้งนี้จะมีการพิจารณาขยายทั้งระยะเวลา จำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ และวงเงิน คาดจะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการภายในเดือนธันวาคมนี้

 

โดยยืนยันว่ารัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ  ซึ่งจะนำมาจากเงิน พ.ร.ก.กู้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาท ที่ปัจจุบันยังมีเม็ดเงินเหลือมากกว่า 200,000 ล้านบาท จากวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท แต่ทั้งนี้จะต้องจัดทำรายละเอียดเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้ ที่มีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ด้านนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รมว.คลังได้ให้นโยบายเรื่องนี้ชัดเจนไว้แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายละเอียดทั้งหมด  ประเด็นที่ต้องพิจารณา 2 เรื่อง คือ วงเงินที่นำมาใช้ และระยะเวลาในการใช้จ่ายโครงการ โดยโครงการคนละครึ่ง เฟสแรก ใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ วงเงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งได้ขออนุมัติสำหรับใช้ในโครงการดังกล่าว จำนวน 3 หมื่นล้านบาท

 

ส่วนโครงการในระยะที่ 2 จะใช้วงเงินเท่าไรนั้นต้องไปดูวงเงินในส่วนการฟื้นฟูว่ายังเหลืออยู่อีกเท่าไร แต่เท่าที่ทราบขณะนี้ สศช. หรือสภาพัฒน์ ได้อนุมัติใช้วงเงินในส่วนนี้ไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท

 

เฟสแรก 10 ล้านคน รับสิทธิเฟสสองต่อ

 

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวต่อว่า คนที่ลงทะเบียนในเฟสแรก ต้องใช้จ่ายเงินที่ได้รับจำนวน 3,000 บาท ภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ ส่วนระยะสอง กระทรวงการคลังจะมีปุ่มหรือข้อความให้คนลงทะเบียนเฟสแรกยืนยันว่าจะเข้าร่วมมาตรการต่อหรือไม่ ถ้าเข้าร่วมมาตรการต่อในหน้า ก็ได้รับสิทธิในส่วนของเฟส 2 ด้วย

 

ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง  ล่าสุด ณ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 5.9 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 7,410,937 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 11,889 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 6,059 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 5,830 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 210 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

 

นักวิชาการหนุน”คนละครึ่ง” เฟสสอง

 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  ประเมินโครงการ “คนละครึ่ง” ว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือ พ่อค้า แม่ค้า รายเล็กๆได้รับอานิสงค์จากโครงการค่อนข้างดี คาดในช่วงสิ้นปีจะมีเม็ดเงินจาก “คนละครึ่ง” และ “ช้อปดีมีคืน” สู่ระบบเศรษฐกิจราว 100,000 ล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจในไตรมาส4/2563 ดีขึ้น  ส่งผลให้ตลอดทั้งปีนี้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบที่ 7.0 ถึง  7.50 %

 

“เห็นด้วย หากรัฐบาลจะมีการต่ออายุมาตรการ “คนละครึ่ง ” เฟส 2 ในช่วงต้นปี 2564 เพื่อให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 1/ปี 2564 ติดลบน้อยที่สุด และกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาสที่ 2/2564  ซึ่งหากมีการอัดฉีดเงินได้ดี ก็อาจหนุนให้เศรษฐกิจกลับมาเป็นบวกได้เร็วขึ้น”

 

เช่นเดียวกับนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งไทย  กล่าวว่าเห็นด้วยกับการต่อมาตรการ “คนละครึ่ง” พร้อมแนะว่ามาตรการต่างๆที่ออกมา รัฐบาลควรมีประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อนำผลมาต่อยอดในการออกมาตรการครั้งถัดไป

 

ทั้งนี้ตั้งแต่เปิดโครงการให้ใช้จ่ายวันที่ 23 ตุลาคม-12 พฤศจิกายน 2563 พบว่า มียอดการใช้จ่ายสะสม 13,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 51% และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 49% ขณะที่มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 634,000 ร้านค้า

 

อนึ่งมาตรการ " คนละครึ่ง" เฟสแรก รัฐบาลตั้งวงเงินตลอดระยะดำเนินโครงการ 30,000 ล้านบาท ( ต.ค. - ธ.ค. 2563 ) ให้กับประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ซึ่งต้องมีอายุ 18 ปีขึ้น จำกัดสิทธิ์ที่ 10 ล้านคน โดยกระทรวงการคลังจะแจกเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็คทรอนิกส์(เป๋าตัง) วันละ 150 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวมคนละ 3,000 บาท  โดยประเมินว่ามาตรการ “คนละครึ่ง “จะมีเม็ดเงินสะพัดในไตรมาส 4 มากกว่า 60,000 ล้านบาท