thansettakij
thansettakij
 “ชิมช้อปใช้” ทำจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3%

“ชิมช้อปใช้” ทำจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3%

02 ต.ค. 62 | 09:00 น.

สศค. เผยยอดลงทะเบียน “ชิมช้อปใช้” 10 วันแรก ไม่ผ่านวันละ 2 แสนราย ยันเปิดให้ลงทะเบียนจนกว่าจะครบ 10 ล้านราย  เชื่อหนุนจีดีพีโต 0.2-0.3% คาดทั้งปีหวังจีดีพีโต 3%

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการ “ชิมช้อปใช้”ในช่วง 10 วันแรก เต็มตามโควตา 1 ล้านรายทุกวัน โดยมีผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านวันละประมาณ 2 แสนราย หรือประมาณ 2 ล้ายราย ซึ่งระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนต่อเนื่องจนกว่าจะครบ 10 ล้านราย

   “ชิมช้อปใช้” ทำจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3%

สำหรับการตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงทะเบียน 7 วันแรกเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ 5,538,368 ราย ซึ่งผู้ลงทะเบียน 6 วันแรกได้รับ SMS ยืนยันสิทธิ์แล้วจำนวน 4,723,592 ราย สำหรับอีก 814,776 ราย จะได้รับภายในวันนี้ ทั้งนี้ มีผู้เข้ายืนยันตัวตนในแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” แล้ว 3,902,443 ราย โดยยืนยันตัวตนสำเร็จ 2,719,267 ราย และมีผู้ที่ยังไม่ได้ติดตั้งแอปพลิเคชั่น 821,149 ราย

 “ชิมช้อปใช้” ทำจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3%

ส่วนการใช้จ่าย 5 วันแรก มีผู้ใช้สิทธิ์  706,450  ราย ใช้จ่ายรวม  628 ล้านบาท โดยใช้จ่ายผ่าน  g-Wallet  ช่อง 1 ประมาณ 621 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายที่ร้าน “ช้อป” ซึ่งเป็นร้านในกลุ่ม OTOP ร้านวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งร้านธงฟ้าประชารัฐกว่า 50% หรือ  330 ล้านบาท โดยยืนยันว่า มาตรการชิมช้อปใช้ไม่ได้เอื้อกับผู้ประกอบการรายใหญ่ จากการใช้จ่ายในช่วง 5 วันแรกที่ 628 ล้านบาท มีการใช้จ่ายผ่านห้างขนาดใหญ่แค่ 142 ล้านบาทหรือ 22% เท่านั้น

ขณะที่ยอดลงทะเบียนชิมช้อปใช้ 7 วันแรก อยู่ที่ 5.5 ล้านราย ส่งเอสเอ็มเอสยืนยันสิทธิ์แล้ว  4.7 ล้านราย เหลือส่งเอสเอ็มเอส  8 แสนราย โดยใน 4.7 ล้านราย มีจำนวน 2.7 ล้านรายที่โหลดแอพลิเคชั่นเป๋าตังแล้ว อีก 8.2 แสนรายยังไม่ได้มีการติดตั้งแอพลิเคชั่น และอีก 1.1 ล้านรายอยู่ระหว่างดำเนินการสแกนภาพหน้าผ่านสิทธิ์

   “ชิมช้อปใช้” ทำจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3%

   

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากจังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด พบว่า 10 อันดับแรก คือ1.กรุงเทพฯ 87 ล้านบาท 2.ชลบุรี 48 ล้านบาท 3.สมุทรปราการ 29 ล้านบาท 4.ระยอง 20 ล้านบาท 5.ปทุมธานี 20 ล้านบาท 6.พระนครศรีอยุธยา 19 ล้านบาท 7.ลำพูน 18 ล้านบาท 8.เชียงใหม่  17 ล้านบาท  9.นครปฐม 17 ล้านบาท และ 10.นนทบุรี 15 ล้านบาท ทั้งนี้ กลุ่มที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด คือ ช่วงอายุ 22-30 ปี  35% รองลงมาคือช่วงอายุ 31-40 ปี ประมาณ  30%

ส่วนการใช้จ่าย g-Wallet ช่อง 2 มีผู้ใช้สิทธิ์แล้ว  2,962 ราย ยอดใช้จ่ายประมาณ 7.5 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละประมาณ 2,532 บาท โดยเป็นการใช้จ่ายที่ร้าน “ช้อป”  5 ล้านบาท ส่วนร้าน “ชิม” และร้าน “ใช้” มียอดใช้จ่ายใกล้เคียงกันที่  1 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนผู้ใช้กระเป๋าที่ 2 เชื่อว่า จะมีจำนวนมาก และจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจประมาณ 0.2-0.3% หากประชาชนใช้จ่ายผ่านกระเป๋า 2 ประมาณ 13,500 บาท จากจำนวนผู้ใช้ 3 ล้านราย

 “ชิมช้อปใช้” ทำจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3%

“ที่คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน(กกร.)บอกว่ามาตรการชิมช้อปใช้จะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจเพียงแค่ 0.02-0.03% นั้น ก็น้อยเกินไป เพราะหากคำนวณคร่าวๆ เช่น ใน 10 ล้านคน ใช้กันแค่คนละ 5,000 บาท ก็จะมีเงินหมุนเวียนลงระบบ 50,000 ล้านบาท แล้ว”นายลวรณ กล่าว

ขณะเดียวกัน สศค.ยังยืนยันจะพยายามผลักดันให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวให้ได้ 3% ตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งกรณีที่กกร.คาดการณ์เศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียง 2.7% นั้น มาจากปัจจัยเศรษฐกิจในขณะนี้ ซึ่งมาตรการชิมช้อปใช้จะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจในเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ โดยจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 60,000 ล้านบาท ดังนั้นจะต้องรอดูผลจากมาตรการดังกล่าวก่อน

 “ชิมช้อปใช้” ทำจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3%

นายลวรณ กล่าวว่า จากการตรวจสอบปัญหาในการยืนยันตัวตน พบว่า ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับแสงที่อาจสว่างเกินไปหรือผิดตำแหน่งในขณะถ่ายภาพ รวมทั้งการถ่ายโดยใช้แอปพลิเคชั่นตกแต่งภาพที่ทำให้ภาพไม่เหมือนจริง ซึ่งที่ผ่านมา ธนาคารกรุงไทยฯ ได้มีการติดตามเพื่อให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ยืนยันตัวตนไม่สำเร็จวันละกว่า 5,000 ราย และมีผู้ไปยืนยันตัวตนผ่านธนาคารแล้วกว่า 2 แสนราย ซึ่งขณะนี้ ธนาคารกรุงไทยฯ อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบการยืนยันตัวตนให้รวดเร็วขึ้น โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วัน

 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตรียมสรุป “ชิมช้อปใช้” ก่อนออกเฟส2

ลงทะเบียน ชิมช้อปใช้ ไม่ผ่านพุ่ง 2 ล้านคน