
รฟท. ลุย ‘ไฮสปีดไทย-จีน’ ชงครม.ควักงบสร้างเอง 4 พันล้าน ส่วนทับซ้อน 3 สนามบิน
รฟท. กางแผนไฮสปีดไทย-จีน ชงครม.เคาะสัญญา 4-1 บางซื่อ-ดอนเมือง จ่อสร้างงานโยธาเอง ลั่นหากเอกชนไม่พร้อม เร่งปรับแบบสถานีอยุธยา ลดความสูง เลี่ยงมรดกโลก ลุ้นเปิดประมูลสัญญา 4-5 เริ่มก.ค.นี้
KEY
POINTS
- รฟท. เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาดึงงานก่อสร้างโครงสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง กลับมาดำเนินการเอง เนื่องจากเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบินที่เอกชนคู่สัญญายังไม่มีความชัดเจน
- สำหรับสัญญาช่วงอยุธยาที่มีข้อกังวลจากยูเนสโก ได้มีการปรับแก้แบบสถานี ลดความสูงทางวิ่ง และขยับตำแหน่งเพื่อลดผลกระทบต่อมรดกโลก โดยคาดว่าจะเปิดประมูลได้ในเดือนกรกฎาคม 2569
- รฟท. ตั้งเป้าเริ่มการก่อสร้างงานโยธาของทั้ง 2 สัญญาที่เหลือในช่วงต้นปี 2570 และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) ได้ภายในปี 2574
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่า ในฐานะรักษาการผู้ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ปัจจุบันยังไม่ได้ลงนาม 2 สัญญา จาก 14 สัญญา
ทั้งนี้ความคืบหน้าสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) นั้น ปัจจุบัน รฟท. ได้ส่งหนังสือติดตามไปยังบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือซีพี ซึ่งเป็นคู่สัญญาของ รฟท.ในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อขอความชัดเจนเรื่องราคาและแผนงาน แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ
“ขณะนี้ไทม์ไลน์โครงการฯ เริ่มกระชั้นชิด โดยรฟท. เตรียมเสนอคณะกรรมการกำกับสัญญาของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อพิจารณาดึงงานโครงสร้างทางวิ่งมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท กลับมาดำเนินการเอง " นายอนันต์ กล่าว
อย่างไรก็ดีหากเอกชนยังไม่มีความพร้อม เพื่อให้สามารถเริ่มก่อสร้างได้พร้อมกับสัญญา 4-5 ภายในต้นปี 2570 อาจต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อโยกงบประมาณมาดำเนินการ
ขณะที่ภายหลังจากการลงพื้นที่รถไฟสถานีอยุธยาเพื่อติดตามความคืบหน้าสัญญา 4-5 ช่วงบ้านโพ-พระแก้ว ที่ยูเนสโกมีประเด็นข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อพื้นที่มรดกโลกนั้น
ทั้งนี้สัญญาดังกล่าว รฟท. ได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศและกรมศิลปากรอย่างใกล้ชิด โดยจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา (HIA) เพื่อปรับรูปแบบสถานีอยุธยาให้เหมาะสม ซึ่งมีการปรับลดความสูงของทางวิ่งจาก 19 เมตร เหลือ 17 เมตร และออกแบบตัวอาคารให้มีความโปร่ง ลดความทึบหนาเพื่อไม่ให้บดบังทัศนียภาพของโบราณสถาน
นอกจากนี้ยังมีการขยับตำแหน่งสถานีไปทางด้านทิศเหนือเพื่อหลีกเลี่ยงการแตะต้องอาคารสถานีอยุธยาเดิมซึ่งเป็นโบราณสถานสมัยรัชกาลที่ 6 นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้แผนการดำเนินงาน รฟท. อยู่ระหว่างจัดทำร่างเอกสารการประกาศประกวดราคา (TOR) ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ จากนั้นจะเริ่มกระบวนการประมูลได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน 2569 และลงนามสัญญากับผู้ชนะการประมูลได้ภายในเดือนธันวาคม 2569-มกราคม 2570 โดยวงเงินค่าก่อสร้างคาดว่าจะอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณเดิมประมาณ 11,000 ล้านบาท
ด้านการก่อสร้างในพื้นที่เขตมรดกโลก ยืนยันว่ารฟท.จะมีการสำรวจเพื่อขุดโบราณคดี 190 หลุม ตามข้อกำหนดของกรมศิลปากร ควบคู่กับการก่อสร้างสัญญานี้ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี
“การสำรวจขุดโบราณคดีที่อาจกระทบต่อแผนเลื่อนเปิดให้บริการนั้น เบื้องต้น รฟท. จะใช้วิธีการก่อสร้างทางวิ่งไปก่อน เพื่อไม่ให้โครงการหยุดชะงัก หากขุดค้นพบวัตถุโบราณที่สำคัญจะพิจารณาปรับแบบหรือขยับตำแหน่งสถานีในภายหลัง เพื่อให้มั่นใจว่ารถไฟจะสามารถเดินรถได้ตามกำหนด” นายอนันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตามคาดว่ากระบวนการทั้ง 2 สัญญา จะแล้วเสร็จภายในปีนี้และเริ่มการก่อสร้างงานโยธาในช่วงต้นปี 2570 โดยจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปี จากนั้นจะดำเนินการการติดตั้งระบบและทดสอบเดินรถอีกประมาณ 1 ปี คาดว่าจะเปิดให้บริการโครงการไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 1 ได้ภายในปี 2574







