thansettakij
"รฟท." เช็กความคืบหน้า "ไฮสปีดไทย-จีน" กรุงเทพฯ-โคราช เฟส 1 ก่อสร้างแล้ว 51%

"รฟท." เช็กความคืบหน้า "ไฮสปีดไทย-จีน" กรุงเทพฯ-โคราช เฟส 1 ก่อสร้างแล้ว 51%

15 ก.พ. 2569 | 02:23 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ก.พ. 2569 | 03:05 น.

​กมธ.การคมนาคม วุฒิสภา ลงพื้นที่สถานีรถไฟเชียงรากน้อย หลังรฟท.เปิดแผนคืบหน้าไฮสปีดไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ - โคราช) ก่อสร้างแล้ว 51% เร่งงานโยธาเปิดให้บริการปี 73 ด้านระยะที่ 2 (โคราช - หนองคาย) เตรียมเปิดประมูลปีนี้

KEY

POINTS

  • โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) มีความคืบหน้าการก่อสร้างโดยรวมแล้ว 51.74%
  • งานโยธามีทั้งหมด 14 สัญญา โดยก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา อยู่ระหว่างดำเนินการ 10 สัญญา และยังไม่ได้ลงนามอีก 2 สัญญา
  • โครงการมีระยะทาง 250.77 กิโลเมตร ประกอบด้วย 6 สถานี และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี พ.ศ. 2573

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และกรมการขนส่งทางราง ลงพื้นที่สถานีรถไฟเชียงรากน้อย เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา

นายอนันต์  โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการเร่งรัดงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความรอบคอบโปร่งใส และคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด

อย่างไรก็ดีปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าสะสมร้อยละ 51.74 โดยงานโยธาที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1-1 ช่วงกลางดง – ปางอโศก และสัญญาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก

ขณะที่อีก 10 สัญญาอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนอีก 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง และสัญญาที่ 
4-5 ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ยังไม่ได้ลงนามสัญญา

"รฟท." เช็กความคืบหน้า "ไฮสปีดไทย-จีน" กรุงเทพฯ-โคราช เฟส 1 ก่อสร้างแล้ว 51%

ทั้งนี้การรถไฟฯ ได้กำชับผู้รับจ้างให้ดำเนินงานตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด พร้อมควบคุมมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา มีวงเงินลงทุนรวม 179,412.21 ล้านบาท ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร ประกอบด้วยงานโยธา 14 สัญญา และงานระบบ 1 สัญญา

ด้านโครงสร้างเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางยกระดับระยะทาง 188.68 กิโลเมตร เพื่อลดจุดตัดทางรถไฟและเพิ่มความปลอดภัย ส่วนทางระดับดินมีระยะทาง 54.09 กิโลเมตร และอุโมงค์ 2 แห่ง บริเวณมวกเหล็กและลำตะคอง รวมระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร

สำหรับแนวเส้นทางประกอบด้วยสถานีรายทาง6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา โดยกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2573  

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย 
ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568

ขณะเดียวกันได้ผ่านความเห็นชอบรายงาน EIA แล้ว มีวงเงินลงทุนรวม 256,403.48 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน 12,418.61 ล้านบาท ค่าก่อสร้างงานโยธา 237,454.86 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้าง 6,530.01 ล้านบาท ระยะทางรวม 357.12 กิโลเมตร

อย่างไรก็ดีคาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาและลงนามสัญญาได้ภายในปี2569 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 48 เดือน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574

สำหรับโครงการไฮสปีดไทย- จีน ระยะที่ 2 โดยโครงสร้างทาง ประกอบด้วย ทางยกระดับ 202.48 กิโลเมตร และทางระดับดิน 154.64 กิโลเมตร

ส่วนแนวเส้นทางมีสถานีรายทางหลัก 5 สถานี ได้แก่ สถานีชุมทางบัวใหญ่ บ้านไผ่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย

"รฟท." เช็กความคืบหน้า "ไฮสปีดไทย-จีน" กรุงเทพฯ-โคราช เฟส 1 ก่อสร้างแล้ว 51%

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน
ด้านคมนาคมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ไม่เพียงช่วยยกระดับระบบขนส่งทางรางของไทยให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมระดับภูมิภาคอันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว