

KEY
POINTS
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และกรมการขนส่งทางราง ลงพื้นที่สถานีรถไฟเชียงรากน้อย เพื่อติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการเร่งรัดงานก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด
ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินโครงการเป็นไปด้วยความรอบคอบโปร่งใส และคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด
อย่างไรก็ดีปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าสะสมร้อยละ 51.74 โดยงานโยธาที่ก่อสร้างแล้วเสร็จจำนวน 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 1-1 ช่วงกลางดง – ปางอโศก และสัญญาที่ 2-1 ช่วงสีคิ้ว – กุดจิก
ขณะที่อีก 10 สัญญาอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ส่วนอีก 2 สัญญา ได้แก่ สัญญาที่ 4-1 ช่วงบางซื่อ - ดอนเมือง และสัญญาที่ 4-5 ช่วงบ้านโพ - พระแก้ว ยังไม่ได้ลงนามสัญญา
ทั้งนี้การรถไฟฯ ได้กำชับผู้รับจ้างให้ดำเนินงานตามกรอบเวลาอย่างเคร่งครัด พร้อมควบคุมมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา มีวงเงินลงทุนรวม 179,412.21 ล้านบาท ระยะทาง 250.77 กิโลเมตร ประกอบด้วยงานโยธา 14 สัญญา และงานระบบ 1 สัญญา
ด้านโครงสร้างเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางยกระดับระยะทาง 188.68 กิโลเมตร เพื่อลดจุดตัดทางรถไฟและเพิ่มความปลอดภัย ส่วนทางระดับดินมีระยะทาง 54.09 กิโลเมตร และอุโมงค์ 2 แห่ง บริเวณมวกเหล็กและลำตะคอง รวมระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร
สำหรับแนวเส้นทางประกอบด้วยสถานีรายทาง6 สถานี ได้แก่ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง และนครราชสีมา โดยกำหนดเปิดให้บริการภายในปี 2573
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา – หนองคาย ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568
ขณะเดียวกันได้ผ่านความเห็นชอบรายงาน EIA แล้ว มีวงเงินลงทุนรวม 256,403.48 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าจัดการกรรมสิทธิ์ที่ดิน 12,418.61 ล้านบาท ค่าก่อสร้างงานโยธา 237,454.86 ล้านบาท และค่าควบคุมงานก่อสร้าง 6,530.01 ล้านบาท ระยะทางรวม 357.12 กิโลเมตร
อย่างไรก็ดีคาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาและลงนามสัญญาได้ภายในปี2569 ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 48 เดือน และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2574
สำหรับโครงการไฮสปีดไทย- จีน ระยะที่ 2 โดยโครงสร้างทาง ประกอบด้วย ทางยกระดับ 202.48 กิโลเมตร และทางระดับดิน 154.64 กิโลเมตร
ส่วนแนวเส้นทางมีสถานีรายทางหลัก 5 สถานี ได้แก่ สถานีชุมทางบัวใหญ่ บ้านไผ่ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ ไม่เพียงช่วยยกระดับระบบขนส่งทางรางของไทยให้มีความทันสมัย รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่ายคมนาคมระดับภูมิภาคอันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว