'พิพัฒน์' แจงไม่ยกเลิก แทรมภูเก็ต เริ่มแก้ไขคอขวดจราจรทำรถติด ก่อนปูทางสู่รถไฟฟ้ารางเบา

08 ม.ค. 2569 | 12:00 น.
อัปเดตล่าสุด :08 ม.ค. 2569 | 13:42 น.

'พิพัฒน์' แจงไม่ยกเลิกรถแทรมภูเก็ต แต่เดินแผนเป็นขั้นตอน เริ่มแก้คอขวดจราจร–ขยายถนน–สร้างอุโมงค์-ทางด่วน ก่อนปี 2573 ปูทางระบบขนส่งสาธารณะ EV สู่รถแทรมเต็มรูปแบบ

วันนี้ (วันที่ 8 มกราคม 2569) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงกรณีกระแสข่าว “ยกเลิกโครงการแทรมภูเก็ต” ยืนยัน ไม่เป็นความจริง

พร้อมระบุว่า แผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของจังหวัดภูเก็ต ไม่เคยถูกยกเลิก แต่จำเป็นต้องดำเนินการตาม ลำดับขั้นที่ถูกต้อง เพื่อไม่สร้างปัญหาการจราจรซ้ำซ้อน และไม่กระทบต่อการเดินทางของพี่น้องในพื้นที่ซึ่ง ไม่ใช่พับโครงการ แต่ “เป็นการจัดลำดับให้โครงการเดินได้อย่างเป็นระบบ” 

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) เป็นโครงการขนาดใหญ่ ใช้พื้นที่เกาะกลางถนน และต้องพึ่งพาโครงสร้างทางกายภาพจำนวนมาก หากดำเนินการโดยที่ พื้นผิวจราจรและคอขวดหลักยังไม่ถูกแก้ไข จะทำให้เกิดปัญหารถติดรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่

แทรมภูเก็ต

ดังนั้น จึงกำหนดแนวทางดำเนินงานเป็น ขั้นตอนชัดเจนเริ่มจาก “แก้ถนน–แก้คอขวด–แก้จราจร” ก่อน แล้วจึงเข้าสู่การพัฒนาระบบรางในระยะถัดไป

ดังนั้นเรื่องเร่งด่วน คือ  “แก้รถติดภูเก็ตก่อน”  โดยโครงการ อุโมงค์กะทู้ป่าตอง หรือทางด่วนภูเก็ตระยะที่ 1
ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงิน 16,759 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดซองประมูลใน เดือนมกราคม 2569 และมีกำหนดก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการปี 2574

รวมถึงโครงการทางด่วนระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ ระยะทาง 30.62 กม. วงเงินลงทุน46,752 ล้านบาท ล่าสุดคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้ว และคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี2570 และก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการในปี 2574 ไปพร้อมกับระยะที่ 1

พิพัฒน์ รัชกิจประการ

โดยทั้ง 2 โครงการนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการคลี่คลายปัญหาจราจรทางถนนของจังหวัดภูเก็ตอย่างเป็นระบบ

สำหรับการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดภูเก็ตในระยะแรก นั้น จะใช้รถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) ให้บริการในเส้นทางเดียวกับแนวรถแทรมในอนาคต โดยให้จอดรับ-ส่ง ในจุดที่จะเป็นสถานีในอนาคต เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว คุ้นชินกับการใช้ขนส่งสาธารณะบนถนนเส้นหลัก ก่อนยกระดับสู่ระบบรถไฟฟ้ารางเบาอย่างเต็มรูปแบบ 

หลังจากโครงข่ายทางด่วนมีความพร้อม เนื่องจากจะต้องใช้พื้นที่ก่อสร้างบางส่วนบนถนนสายหลักในการก่อสร้างรถแทรม ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการจราจรที่ลดลง จากรถบางส่วนที่ไปใช้ทางด่วนเป็นเส้นทางหลักในการเดินทาง

'พิพัฒน์' แจงไม่ยกเลิก แทรมภูเก็ต เริ่มแก้ไขคอขวดจราจรทำรถติด ก่อนปูทางสู่รถไฟฟ้ารางเบา

นายพิพัฒน์  ย้ำว่าโครงการรถไฟฟ้ารางเบา (Tram) ระยะที่ 1 ช่วง ท่าอากาศยานภูเก็ต – ห้าแยกฉลอง มีแผนจะดำเนินการ หลังจากปี 2573
เมื่อการจัดการพื้นถนน โครงสร้างจราจร และพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนมีความพร้อมแล้ว ซึ่งจะเป็นการดำเนินการไปตามลำดับขั้นที่ถูกต้อง ไม่สร้างปัญหาการจราจรซ้ำซ้อน และไม่กระทบต่อการเดินทางของพี่น้องในพื้นที่มากเกินความจำเป็น