KEY
POINTS
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงคมนาคมได้นำร่องจัดทำนโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ในรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง เพื่อสอดรับกับการใช้ระบบตั๋วร่วม (Common Ticket) อย่างสมบูรณ์ในอนาคต ซึ่งจะต้องดำเนินการบริหารจัดการรถไฟฟ้าภายใต้แนวคิดบริหารรายเดียว (Single Ownership)
ขณะเดียวกันกระทรวงฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจะพิจารณาหลักการของการบริหารรถไฟฟ้าด้วย Single Ownership ซึ่งจะโอนโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมดมาอยู่ภายใต้การบริหารของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวมไปถึงโครงการรถไฟฟ้าที่เป็นสัมปทานของเอกชนด้วย
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้จุดเริ่มต้นของบัตรโดยสารร่วมและ Single Ownership ในปัจจุบันได้เริ่มต้นที่สายรถไฟฟ้า คือ รถไฟฟ้าสายสีม่วงและรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งสามารถดำเนินการเรื่อง บัตรโดยสารร่วม ได้โดยง่าย เนื่องจากซึ่งอยู่ภายใต้รัฐที่เป็นเจ้าของโครงการ
ทั้งนี้ในปัจจุบันการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าอยู่ระหว่างจัดทำแผนร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีใหม่ (ครม.) ต่อไป
สำหรับแนวคิดการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาระหนี้สาธารณะของประเทศ สามารถดำเนินการได้ 2 แนวคิด ดังนี้
1. การระดมทุนผ่านกองทุน Thailand Future Fund (TFF) ซึ่งต้องมีการจัดทำแผนการจ่ายเงินปันผลที่น่าเชื่อถือ
2.การให้สัมปทานแก่เอกชน โดยให้เอกชนกู้เงินเพื่อซื้อคืนสัมปทานในส่วนที่เป็นของตัวเอง ถือเป็นการถ่ายโอนภาระทางการเงินโดยที่รัฐบาลไม่จำเป็นต้องค้ำประกัน
อย่างไรก็ดีจากการรวมระบบหลายเจ้าของ ความท้าทายหลัก คือ การขยายไปยังเส้นทางอื่น ๆ ที่มีผู้ประกอบการหลายราย (BTS, BEM, กทม.) ซึ่งจำเป็นต้องใช้วิธีการซื้อสัมปทานคืนมาให้เป็นของ รฟม. เพื่อให้เกิดความเป็นเจ้าของเดียว (Single Ownership)
ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลังไปดำเนินการคิดค่าโดยสารที่เป็นธรรม ซึ่งมีการพิจารณาแนวคิดเพิ่มเติม ในรูปแบบราคา 40 บาทตลอดวัน โดยแบ่งโซนนิ่ง (Zoning) อาจมีการแบ่งพื้นที่ให้บริการออกเป็นโซนต่าง ๆ (เช่น โซน 1, โซน 2, โซน 3) คล้ายกับระบบขนส่งในต่างประเทศ เพื่อคิดค่าโดยสารตามระยะทางหรือพื้นที่การใช้งาน
“ยืนยันว่าหากตนได้กลับมาดูแลกระทรวงคมนาคมภายหลังจากการเลือกตั้งในครั้งนี้คาดว่าภายใน 3 เดือนแรกจะนำเรื่องการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแน่นอน” นายพิพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมมีแนวคิดที่จะเชื่อมโยงระบบขนส่งมวลชนให้ครบวงจร โดยเฉพาะการนำระบบขนส่งมวลชนรอง (ฟีดเดอร์) ทำหน้าที่รับส่งผู้โดยสารจากพื้นที่ชุมชนเข้ามาสู่สถานีรถไฟฟ้า ปัจจุบันทราบว่าองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อยู่ระหว่างกระบวนการเปิดประมูลจ้างเอกชนเช่ารถเมล์ไฟฟ้า
อย่างไรก็ดีหากในอนาคตเมื่อระบบรถเมล์มีความพร้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนรถร้อนเป็นรถปรับอากาศ จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการเดินทางแบบครบวงจรให้แก่ประชาชน