
บอร์ด Connect the Dots เชื่อม 7 หน่วยงานตัดเส้นเงินมิจฉาชีพ
'เอกนิติ' เผยบอร์ด Connect the Dots เคาะ 3 มติ ชื่อม 7 หน่วยงานตัดเส้นเงินมิจฉาชีพ เคาะ Master Plan ใน 30 วัน เปลี่ยนสู่ระบบอัตโนมัติ
KEY
POINTS
- บูรณาการข้อมูล 7 หน่วยงานหลัก ได้แก่ คลัง, ธปท., ปปง., ก.ล.ต., สมาคมธนาคารไทย, DE และตำรวจ เพื่อติดตามและตัดเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพ
- ยกระดับมาตรการรู้จักลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบข้อเท็จจริง (EDD) ให้เข้มงวดเป็นมาตรฐานเดียวกัน ทำให้สถาบันการเงินสามารถชะลอธุรกรรมที่น่าสงสัยได้
- พัฒนาระบบอัตโนมัติเพื่อเชื่อมโยงการแจ้งเหตุทั่วประเทศเป็นระบบเดียว และสามารถระงับธุรกรรม-อายัดเส้นทางการเงินได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (Connect the Dots) ว่า ที่ประชุมได้ลงมติใน 3 ประเด็นหลัก เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับระบบการเงินของประเทศ ได้แก่
ยกระดับการยืนยันตัวตนสู่มาตรฐานสากล มุ่งมั่นปฏิบัติตามเกณฑ์ขององค์กรต่อต้านการฟอกเงินสากล (FATF) ให้เทียบเท่ากับศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำ เช่น สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักร
บังคับใช้มาตรการ KYC และ EDD อย่างเข้มงวด ปรับปรุงมาตรการรู้จักลูกค้า (KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มงวด (Extended Due Diligence: EDD) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้งฝั่งธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล หากพบธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับรายได้หรือตัวตนของลูกค้า สถาบันการเงินสามารถหน่วงหรือชะลอธุรกรรมนั้นได้
เชื่อมโยงข้อมูล 7 หน่วยงานหลัก นำข้อมูลจากกระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงาน ปปง., สำนักงาน ก.ล.ต., สมาคมธนาคารไทย, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาบูรณาการร่วมกัน
ผ่าโครงสร้าง 4 ระบบหลัก "Connect the Dots"
นายเอกนิติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลทางการเงินผ่าน 4 ระบบสำคัญ ได้แก่
- ระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลตามความยินยอม (Consent System) ให้ประชาชนเป็นเจ้าของข้อมูล และใช้ระบบการยินยอมเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถาบัน ป้องกันการนำข้อมูลไปใช้ทุจริต
- ระบบข้อมูลธุรกรรมแบบไม่ระบุตัวตน (Anonymous Data Sharing) รวบรวมข้อมูลพฤติกรรมทางการเงินโดยปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Scientists) วิเคราะห์และคาดการณ์รูปแบบการโกงใหม่ๆ เช่น พฤติกรรมมุดยอดโอนให้ต่ำกว่า 5 ล้านบาทเพื่อเลี่ยงการรายงานของ ธปท.
- ระบบบริหารการแจ้งเหตุระดับชาติ (National Incident Management System) เชื่อมโยงระบบหลังบ้านของทุกช่องทางรับแจ้งเหตุ ทั้งสายด่วน 1441, สถานีตำรวจ, ธนาคาร และ ก.ล.ต. เมื่อประชาชนแจ้งเหตุ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ระบบจะออก Case ID เดียวกันและส่งข้อมูลไปยังทุกหน่วยงานทันทีโดยไม่ต้องแจ้งซ้ำ
- ระบบระงับธุรกรรมและอายัดเส้นทางการเงินอย่างรวดเร็ว สกัดกั้นความเสียหายทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุ ตัดโอกาสมิจฉาชีพที่มักอาศัยความล่าช้าของการประสานงานข้ามหน่วยงานในการยักย้ายถ่ายโอนเงิน
เคาะ Master Plan ใน 30 วัน
นายเอกนิติ กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการออกแบบแผนแม่บท (Master Plan) ร่วมกับทุกหน่วยงานภายใน 30 วัน เพื่อกำหนดมาตรฐานข้อมูลและกระบวนการแลกเปลี่ยนข้อมูลกลาง
ชี้สแกมเมอร์ลดลงกว่า 50%
นายไชยชนก ชิดชอบ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา การดำเนินงานตาม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการทำงานของศูนย์ AOC ช่วยลดปริมาณสแกมเมอร์ลงได้มากกว่า 50%
แต่กระบวนการเดิมยังเป็นลักษณะ Ad-hoc และส่งข้อมูลแบบ Manual การพัฒนาระบบใหม่ในครั้งนี้จะปรับเปลี่ยนเป็น ระบบอัตโนมัติ (Automated) ซึ่งจะช่วยให้อายัดบัญชี ติดตามเส้นเงิน และเร่งกระบวนการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับการอายัดจะยึดตาม "เส้นเงิน" (Money Flow) จากเคสที่มีผู้ร้องเรียนเป็นหลัก หากมีผู้บริสุทธิ์ถูกอายัดบัญชีเนื่องจากเงินถูกโอนผ่าน สามารถนำหลักฐานมาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่เพื่อปลดล็อกได้ทันที ในขณะที่กลุ่มบัญชีม้าหรือผู้กระทำผิดมักจะไม่กล้ามาชี้แจง นอกจากนี้ ระบบยังครอบคลุมการติดตามเส้นเงินไปยังกลุ่มนอมินีหรือผู้เปลี่ยนสัญชาติด้วย







