‘เอกนิติ’ เซ็นให้อำนาจ ‘ธปท.’ คุมเข้มธุรกรรมทองคำ สกัดเงินเทา-บาทแข็ง

15 ม.ค. 2569 | 23:52 น.

‘เอกนิติ’ ลุยสกัดทุนเทา-บาทแข็ง เซ็นประกาศคลังให้อำนาจ ธปท. คุมเข้มธุรกรรมทองคำ พร้อมปั้น Data Bureau เชื่อมข้อมูลแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงมาตรการเชิงรุกในการจัดการปัญหาค่าเงินบาทและเงินทุนนอกระบบ โดยระบุว่าปัจจุบันสถานการณ์ค่าเงินบาทอยู่ในภาวะที่ "แข็งค่าเกินกว่าพื้นฐานของเศรษฐกิจไทย" อย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งในภาคการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวที่สูญเสียรายได้มหาศาล

ให้อำนาจ ธปท. คุมเข้ม "ธุรกรรมทองคำ"

นายเอกนิติ กล่าวว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ค่าเงินบาทผันผวนและแข็งค่าเกินจริง คือการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ล่าสุดตนได้ ลงนามในประกาศกระทรวงการคลัง เพื่อให้อำนาจผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใต้ พ.ร.บ. ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ในการสั่งการให้ร้านทองต้องรายงานรายการธุรกรรม (Transaction) ต่อ ธปท.แล้ว

“มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลธุรกรรมการเทรดทองคำบนแอปพลิเคชันที่มีผลต่อการแลกเปลี่ยนเงินตรา และสร้างความผันผวนให้ค่าเงินบาท โดยไม่ใช่การเข้าไปกำกับดูแลธุรกิจทองคำทั้งระบบ แต่เป็นการใช้อำนาจเพื่อควบคุมปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าผิดปกติ” 

เส้นทาง "ทุนเทา" เชื่อมโยงสินทรัพย์ดิจิทัล-ป่วนค่าเงิน

ในประเด็นเรื่อง "ทุนเทา" นายเอกนิติ ยอมรับว่า มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบการเงิน โดยกลุ่มอาชญากรและสแกมเมอร์ในปัจจุบันหันมาใช้ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) เช่น Bitcoin หรือ USDT เป็นช่องทางในการเคลื่อนย้ายเงินเนื่องจากติดตามได้ยาก

สำหรับเส้นทางของทุนเหล่านี้มักเริ่มต้นจากการนำเงินนอกระบบเข้ามาผ่านทางชายแดน แล้วเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อฟอกเงิน ก่อนจะนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทหรือดอลลาร์ เพื่อนำไปซื้อสินทรัพย์ราคาสูง เช่น คอนโดมิเนียมหรู รถยนต์ราคาแพง หรือทองคำ แล้วจึงส่งออกไปตามชายแดนอีกครั้ง 

“เทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้การเก็งกำไรค่าเงินสามารถทำได้จากภายนอกประเทศและเชื่อมโยงกับสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้การกำกับดูแลแบบเดิมไม่เพียงพอ”

ปั้น "Data Bureau" บูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน

ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้จัดตั้งและนั่งเป็นประธาน คณะทำงานเชื่อมโยงข้อมูลทางเงิน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง, ธปท., สำนักงาน ก.ล.ต., ปปง. และสมาคมธนาคารไทย, โดยมีเป้าหมายเพื่อทลายการทำงานแบบไซโล (Silo) จากเดิมที่ต่างคนต่างทำหน่วยงานละจุด ให้มารวมศูนย์ข้อมูลเพื่อเห็นภาพรวมของโครงสร้างทางการเงินทั้งหมด

นอกจากนี้ ได้จัดทำ Data Bureau ให้มีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อให้เห็นเส้นทางเงินที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นเงินบาท เงินดอลลาร์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล