
คลังถกต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' สัปดาห์นี้ จับตาโยกเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน
คลังถกต่ออายุ 'ไทยช่วยไทยพลัส' สัปดาห์นี้ จับตาโยกเงินกู้เปลี่ยนผ่านพลังงาน อุดเยียวยา หลังเหลือวงเงินเพียง 4.5 หมื่นล้านบาท ดูแลประชาชนได้เพียง 1 เดือน
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังเตรียมประชุมภายในสัปดาห์นี้เพื่อพิจารณาต่ออายุโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 30 ก.ย. นี้
- สาเหตุที่ต้องต่ออายุมาตรการเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและกระทบค่าครองชีพ
- แหล่งเงินทุนจะมาจากวงเงินกู้ที่เหลือ 4.5 หมื่นล้านบาท และอาจมีการพิจารณาโยกเงินกู้จากส่วนของการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาใช้เพิ่มเติมหากไม่เพียงพอ
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปพิจารณาต่ออายุโครงการไทยช่วยไทยพลัสนั้น จะต้องมีการเสนอโครงการเข้าคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งในก้อนการเยียวยาและบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน ยังมีวงเงินเหลืออยู่ 4.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ภายในสัปดาห์นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ คาดว่าจะมีการพิจารณาโครงการดังกล่าวด้วย เนื่องจากไทยช่วยไทยพลัสจะหมดอายุภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้ หากต้องการให้มาตรการมีความต่อเนื่อง ต้องเสนอโครงการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติภายในเดือนนี้
จับตาโยกเงินกู้ 2 แสนล้าน อุดเยียวยา
สำหรับวงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาทดังกล่าว หากคิดในหลักการเดินหน้าตามเดิม จะใช้จ่ายได้เพียง 1 เดือน อย่างไรก็ตาม จะต้องรอดูรายละเอียดข้อเสนอจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง ว่าจะมีการปรับรายละเอียดโครงการหรือไม่
ขณะเดียวกัน ยังมีช่องทางหากวงเงินไม่พอ สามารถโยกงบประมาณ ก้อน 2 แสนล้านบาท ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานมาใช้ในการเยียวยาบางส่วนได้ โดยตามกฎหมายเปิดทางให้สามารถดำเนินการได้
ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ไทยช่วยไทยพลัส ยังจำเป็น
นายลวรณ กล่าวว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส ยังมีความจำเป็นต้องต่ออายุมาตรการ เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้
โดยเฉพาะแรงกดดันจาก ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์อีกครั้ง จากเดิมที่เคยประเมินไว้ว่าหากสถานการณ์สงบ มาตรการควรจะยุติลงภายในระยะเวลา 10 เดือน






